
ปี 2015ยุคแห่งการตลาด 4.0
ปี 2015 ยุคแห่งการตลาด 4.0“5 ปีจากนี้ไป หากคุณยังอยู่ในธุรกิจเดิมอย่างที่ทำอยู่วันนี้ คุณก็เสี่ยงที่จะหมดสภาพ” ฟิลิป คอตเลอร์ กูรูการตลาดระดับโลก
ปี 2015 ยุคแห่งการตลาด 4.0“5 ปีจากนี้ไป หากคุณยังอยู่ในธุรกิจเดิมอย่างที่ทำอยู่วันนี้ คุณก็เสี่ยงที่จะหมดสภาพ” ฟิลิป คอตเลอร์ กูรูการตลาดระดับโลก
การตลาดเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง จำเป็นอย่างยิ่งที่ธุรกิจจะต้องติดตามและใส่ใจถึงบริบทการเปลี่ยนต่างๆ เพื่อให้ดำเนินกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและมุ่งสู่กลยุทธ์แห่งชัยชนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การตลาดยุค 1.0 (Product Centric Era) เป็นยุคที่มุ่งเน้นไปที่ตัวสินค้า มุ่งผลิตปริมาณมาก ต้นทุนให้ต่ำที่สุด และขายราคาถูกที่สุด เพื่อให้ลูกค้าจำนวนมากซื้อได้ โดยใช้กลยุทธ์ส่วนประสมการตลาด 4P’s ได้แก่ สินค้า (Product) ราคา (Price) ช่องทางจัดจำหน่าย (Place) และโปรโมชัน (Promotion) เป็นกลยุทธ์สำคัญในการส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงตัวสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การตลาดยุค 2.0 (The CustomerOriented Era) เป็นยุคที่เน้นผู้บริโภคแทนผลิตภัณฑ์ มุ่งตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม เน้นการทำตลาดแบบแบ่งกลุ่มเป้าหมายและหาจุดเด่นเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงและทำซีอาร์เอ็ม เพื่อรักษาตำแหน่งในใจของลูกค้า โดยกลยุทธ์จะเปลี่ยนเป็น 4C’s ได้แก่ ลูกค้า (Customer) ต้นทุน (Cost) ความสะดวก (Convenience) การสื่อสาร (Communication)
การตลาดยุค 3.0 (The BrandDriven Era) เป็นยุคที่เน้นการสร้างแบรนด์ สร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภค โดยการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ เพื่อให้เห็นว่าดีกว่าผู้ให้บริการอื่นอย่างไร ให้ผู้บริโภคมีอารมณ์ร่วมกับสินค้ามากขึ้น
กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ได้แก่ Attributesการจัดการรูปร่างภายนอก Benefitsการจัดการคุณประโยชน์ต่อผู้ใช้ Valuesการจัดการคุณค่าทางใจที่ต่างกัน เช่น ความโก้หรู ภาคภูมิใจ สนุกสนาน Personalityบุคลิกภาพและภาพลักษณ์จากการใช้สินค้าและบริการที่ต่างกัน ความรู้สึกมีระดับ มีรสนิยม เป็นผู้นำ จากการใช้สินค้าและบริการ
อย่างไรก็ตาม การตลาด 3.0 ยังคงเป็นการสื่อสารการตลาดแบบทางเดียว โดยผู้บริโภคเป็นเพียงผู้รับสารที่บริษัทสื่อสารออกไป แต่ไม่มีช่องทางให้ผู้บริโภคโต้ตอบหรือสื่อสารกลับมา
การตลาดยุค 4.0 (The ValuesDriven Era) เป็นการตลาดที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยค่านิยม โดยปรับเปลี่ยนไปสู่การบริหารคุณค่าของบริษัทที่เน้นเรื่อง “จิตวิญญาณ” (Human Spirit) มากขึ้น กลยุทธ์การตลาดที่ใช้ในยุคนี้ จะเป็นการตลาดเชิงองค์รวม (Holistic Marketing)ที่ต้องทำทุกอย่างครบทุกมิติ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายทางการตลาดไม่ว่าจะเป็นด้านประโยชน์ใช้สอย (Functional) ด้านความพึงพอใจทางอารมณ์ (Emotional) รวมไปถึงการตอบสนองความรู้สึกทางจิตวิญญาณ (Spiritual)
การตลาดยุค 4.0 จะต้องผสมผสานทั้งการตลาดภายในองค์กร การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและฝ่ายต่างๆ รวมไปถึงหรือการมุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น อีกทั้งยังโดดเด่นในแง่ของการสื่อสารแบบสองทางระหว่างบริษัทและผู้บริโภค โดยผู้บริโภคสามารถแสดงความคิดเห็นกลับไปยังบริษัทได้ เพื่อพัฒนาและผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เนื่องจากในยุคนี้เป็นยุคโซเชียลมีเดีย ที่มีการสะท้อนความคิดเห็นของผู้บริโภค ต่อสินค้าเป็นวงกว้างและมีส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ นำความเห็นต่างๆไปพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ต่อไปรวมถึงรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ต่อผลิตภัณฑ์และองค์กร เพื่อร่วมสร้างธุรกิจที่มีส่วนสร้างสรรค์สังคม ทำให้กลายเป็นองค์กรที่ลูกค้าผูกพันกับองค์กรถึงขั้นวิญญาณอย่างยั่งยืน







