
ติวเตอร์สปรี ธุรกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
เพราะว่ากันว่าการศึกษาคือกุญแจสู่ความสำเร็จในชีวิต พ่อแม่ทุกคนจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกๆ ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดี โดยนอกเหนือจากการคัดเลือกโรงเรียนคุณภาพแล้ว หลายคนยังจ้าง “ครูสอนพิเศษ” ให้ลูกอีกด้วย เพื่อให้ลูกได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ตลอดจนเสริมทักษะความรู้ต่างๆ
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ปัจจุบันตลาดติวเตอร์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐจะมีเงินสะพัดสูงถึง 3,500-5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.05-1.5 แสนล้านบาท) ต่อปี
ทว่า การหาครูสอนพิเศษที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะไม่เพียงแต่การตรวจสอบประวัติติวเตอร์แต่ละคนจะยากแล้ว แต่ยังมีปัจจัยเรื่อง “เงิน” เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย
งานนี้ แอรอน แฮร์ริส ไรอัน เบดนาร์ และ จอช เอบรัมส์ 3 เพื่อนซี้ชาวอเมริกัน จึงตัดสินใจผุด “ติวเตอร์สปรี” (Tutor Spree) ศูนย์รวมครูสอนพิเศษออนไลน์เพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างติวเตอร์กับผู้ปกครองนั่นเอง
“เราคุยกับครูและผู้ปกครองจำนวนมาก ซึ่งทุกคนก็ล้วนแต่หงุดหงิดและเบื่อหน่ายกับความไร้ระบบของการหาครูสอนพิเศษในโลกออนไลน์ พอเราลองศึกษากันอย่างจริงจัง ก็คิดว่าสามารถแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้” แอรอน เผยที่มาของธุรกิจ
ในปี 2010 เพื่อนๆ ทั้งสามจึงนำเงินเก็บส่วนตัวราว 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ มาใช้เป็นทุนตั้งตัวเพื่อเปิด “ติวเตอร์สปรี” ที่นครนิวยอร์ก
จุดเด่นของติวเตอร์สปรี คือ เพียงแค่ผู้ปกครองหรือนักเรียนในสหรัฐกรอกเลขที่ไปรษณีย์ในเว็บไซต์บริษัท ติวเตอร์สปรี ก็จะรวบรวมรายชื่อครูสอนพิเศษให้ โดยระบุข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งชื่อ ประวัติการศึกษา รูป ราคาสอน ตลอดจนข้อความแนะนำตัวเองสั้นๆ ของครู
ข้อดีของระบบดังกล่าวคือ ครูทุกคนที่สมัครสมาชิกกับติวเตอร์สปรีผ่านการสกรีนมาอย่างละเอียดว่ามีประสบการณ์ด้านการสอน ตลอดจนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กล่าวอ้าง โดยว่ากันว่าบริษัทมีการปฏิเสธติวเตอร์ที่สอบตกถึง 50% เลยทีเดียว
หากลูกค้าเลือกครูได้แล้วก็ทำการชำระเงินผ่านติวเตอร์สปรี ทางบริษัทก็จะประสานต่อไปยังตัวคุณครูเพื่อนัดเวลาเรียน พอเรียนเสร็จ ลูกค้าก็ต้องเข้าไปกรอกฟีดแบ็กทุกครั้ง เพื่อที่บริษัทจะได้ปรับปรุงและแก้ไขข้อผิดพลาด เช่น ระบบการจอง ตลอดจนครูสอนพิเศษที่สอนไม่ดี หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นต้น
ในส่วนของรายได้บริษัทนั้น มาจากค่าเรียนงวดแรกครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นทางบริษัทจะหักเงินจากค่าเรียนครั้งต่อๆ ไปทีละ 5 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับนายหน้ารายอื่นๆ
“ติวเตอร์ได้เงินมากขึ้น โดยบางคนนั้นมีรายได้จากการสอนมากถึง 2,000 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ราว 6 หมื่นบาท) ขณะที่ผู้ปกครองก็จ่ายน้อยลง”
แม้จะเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ทว่าติวเตอร์สปรีก็ประสบความสำเร็จเกินคาด โดย “อัตราการจองครูซ้ำ” ซึ่งหมายถึงจำนวนครั้งที่ลูกค้ากลับมาใช้บริการนั้นสูงถึง 60% ขณะเดียวกันบริษัทยังสามารถดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนได้สูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2011
ทว่า ผู้บริหารหนุ่มเผยว่า กว่าจะมีวันนี้ได้ เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
“ลูกค้าคนแรกหาง่าย คนที่สอง สาม และสี่ ต่างหากที่ท้าทายมาก มันสอนให้เราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง”
แต่ 3 หนุ่มก็ผ่านพ้นมาได้เพราะ รับฟังลูกค้า โดยเฉพาะฟีดแบ็ก ซึ่งบริษัทบังคับให้ลูกค้าทิ้งไว้ทุกครั้งหลังใช้บริการเสร็จ เพราะช่วยบ่งบอกจุดอ่อนและจุดแข็งของธุรกิจ
“เวลาคุณทำธุรกิจ คุณต้องไม่หยุดนิ่ง ไม่มีคำว่าอิ่มตัว ต้องคอยพัฒนาตัวเอง มิฉะนั้นคุณก็จะวิ่งตามหลังคู่แข่งเสมอ”







