posttoday
เห็ดทอดนาโหนดสแน็กไทยไม่ไดร้สาระ

เห็ดทอดนาโหนดสแน็กไทยไม่ไดร้สาระ

19 มีนาคม 2556

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

จากปัญหาผลผลิตเห็ดล้นความต้องการในตลาดเมื่อ 13 ปีก่อน คือแรงจูงใจสำคัญที่ผลักดันให้ ชัยยงค์ คชพันธ์ หันมาสนใจการแปรรูปผลผลิตจากเห็ด เพื่อพัฒนาเป็นสินค้าในตลาดของฝากอย่างเต็มรูปแบบ

พร้อมจุดเริ่มต้นธุรกิจแรกในฐานะพ่อค้าเห็ดทอด ที่เปิดเป็นรถเข็นขายเป็นสาขาแรกหน้าสถานีรถไฟพัทลุง จนถึงปัจจุบันมี 40 สาขาแล้วในตลาดนัด ทั้งใน จ.พัทลุง ตรัง หาดใหญ่ และนครศรีธรรมราช ภายใต้ชื่อแบรนด์ เห็ดทอดนาโหนด

ชัยยงค์ ได้อธิบายที่มาของแบรนด์สินค้าสแน็ก เห็ดทอดนาโหนด ซึ่งคำว่านาโหนด มาจากชื่อ ตำบลนาโหนด จ.พัทลุง แหล่งฟาร์มเพาะพันธุ์เห็ด วัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าของรับประทานเล่น สแน็กเพื่อสุขภาพที่แปรรูปจากเห็ด หลังจากเห็นโอกาสในตลาดปัจจุบันที่ยังไม่มีคู่แข่งที่น่ากลัวมากนัก เพราะหากเทียบในตลาดสแน็กด้วยกันแล้ว ก็มีเพียงสินค้าของรับประทานเล่นบรรจุซองที่แปรรูปจากสาหร่าย และผัก ผลไม้ ผ่านกระบวนการอบกรอบเท่านั้น

ขณะที่สินค้า “เห็ดทอดนาโหนด” ของเขาวางตำแหน่งเป็น “สแน็กไทย สไตล์ญี่ปุ่น” จากการนำเห็ด 3-4 ประเภท ที่เพาะในฟาร์มและได้จากการจัดซื้อจากผู้ผลิตท้องถิ่น อย่างเห็ดนางรมฮังการี เห็ดหูหนู ฯลฯ นำมาชุบแป้งที่คิดสูตรเพิ่มความกรอบในแบบเฉพาะ ทอดในแบบญี่ปุ่น หรือเทมปุระ ก่อนบรรจุซองจำหน่าย ในช่วงแรกๆ วางขายหน้าร้านของฝากประจำจังหวัดท่องเที่ยวในภาคใต้เท่านั้น

จากนั้นในปี 2553 ชัยยงค์ จึงได้ตัดสินใจจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบบริษัท ใช้ทุนจดราว 1 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมขยายเข้าสู่หน้าร้านค้าปลีกสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นในเวลาต่อมา โดยใช้จุดขายความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาจากฝีมือผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าสแน็กไทยแบรนด์ไทย

แต่ก่อนที่จะขยับขึ้นชั้นวางจำหน่ายเซเว่นฯ ได้นั้น มีสิ่งสำคัญคือต้องพัฒนาระบบด้านต่างๆ ให้มีความพร้อมมากที่สุด โดยเฉพาะมาตรฐานการผลิตในทุกขั้นตอน ซึ่งได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเกือบ 13 ปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยเฉพาะด้านเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมสินค้าอยู่ที่ 6 แสนซองต่อเดือนในทั้งสองแบรนด์ สินค้าที่ทำตลาดในปัจจุบัน คือ 1.แบรนด์ เห็ดทอดนาโหนด ที่ตั้งใจวางตำแหน่งให้เป็นสินค้าขนมขบเคี้ยว โอท็อป ระดับแถวหน้าของไทย

ส่วนอีกหนึ่งแบรนด์สินค้าที่พัฒนาขึ้นมาไม่นานนี้ คือ เฮลโลเวจจี้ กลุ่มสินค้าผัก ดอกไม้นานาชนิด ที่นำมาชุบแป้งทอดกรอบเช่นกัน และข้าวกล้อง 3 หยด ที่อย่างหลังวางตำแหน่งเป็นสินค้า สแน็กไทย ไม่ไร้สาระ ด้วยหวังจะใช้เป็นสินค้าเพื่อทำตลาดส่งออกโดยเฉพาะโอกาสจากการเปิดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ การใช้แบรนด์สินค้าใหม่ดังกล่าว เพื่อสื่อถึงความเป็นสินค้าของรับประทานเล่นเพื่อสุขภาพได้อย่างเป็นสากลอีกด้วย

สินค้าสแน็กทั้งสองยี่ห้อ วางจำหน่ายราคาซองละ 40 บาทในช่องทางร้านของฝาก โดยเมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมา ชัยยงค์ ได้มีการทบทวนกลยุทธ์ราคาสินค้าใหม่เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น และสะดวกต่อการเข้าชั้นวางจำหน่ายในเซเว่นฯ ด้วยสินค้าขนาดบรรจุใหม่วางขายซองละ 20 บาท จนถึงปัจจุบันสินค้าสแน็ก เห็ดทอดนาโหนด และเฮลโลเวจจี้ มีช่องทางจำหน่ายในร้านของฝาก และสาขาในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ครอบคลุมกว่า 600 จุดในภาคใต้และภาคกลาง

การที่สินค้ายังไม่สามารถกระจายช่องทางขายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการเก็บสินค้าที่ปัจจุบันอยู่ได้นานราว 3 เดือน ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาและวิจัยสินค้าเพื่อให้มีอายุการเก็บและบริโภคในชั้นวางจำหน่ายได้นานขึ้น และเพื่อเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการขยายการทำตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศด้วยในอนาคต

ปัจจุบันบริษัทมียอดขายสินค้าจากทั้งสองแบรนด์เป็นที่น่าพอใจหรือมียอดขายเฉลี่ย 4 แสนซองต่อเดือน ในส่วนของจุดคุ้มทุนธุรกิจนั้นยังไม่สามารถระบุระยะเวลาที่ชัดเจนได้ เพราะเป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้ใส่เม็ดเงินลงทุนด้านเครื่องจักรอีก 5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด จากช่วงที่ผ่านมา ยอมรับว่าจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศไปเมื่อต้นปีนี้ที่ผ่านมา กระทบยังต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาสินค้าให้เพิ่มตามไปได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ธุรกิจจะดำเนินมาจนเรียกว่าประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งในปัจจุบันนี้ ชัยยงค์ ย้อนไปถึงปัญหาอุปสรรคสำคัญ คือ การเข้ามาในตลาดใหม่ที่ยังไม่มีผู้เล่นเดียวกันมาก่อนนั้น จะยากลำบากในจุดที่ไม่มีต้นแบบทางธุรกิจให้ศึกษาเพื่อดูเป็นแบบอย่าง ทำให้ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง แต่ก็มองว่าสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจไทยรายใหม่ที่กำลังเตรียมเข้ามาทำตลาดนี้ไม่ควรย่อท้อ เพราะทุกอย่างในโลกธุรกิจถือเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดเช่นกัน

ปัจจุบันยอดขายสินค้าทั้งสองแบรนด์แบ่งสัดส่วน 60% มาจากแบรนด์เฮลโลเวจจี้ และอีก 40% มาจากแบรนด์เห็ดทอดนาโหนด และมองว่าความท้าทายในอนาคต คือ การเป็นแบรนด์สินค้าของว่างของคนไทย ที่กำลังเข้าไปท้าชิงส่วนแบ่งตลาดสแน็กทุกยี่ห้อที่มีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มเพื่อสุขภาพ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 2 หลักต่อเนื่อง

“หากเราสามารถทำยอดขายได้ปีละ 200 ล้านบาทก็พอใจแล้ว ในฐานะที่เป็นสินค้าสแน็กของไทยที่คิดค้นและพัฒนาวัตถุดิบในประเทศขึ้นมาเอง ที่อยากวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นเจ้าแห่งการแปรรูปเห็ด ไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ต่อไปในอนาคตด้วย” ชัยยงค์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี