
ผุดสกายวอล์กราชประสงค์
ทุ่มงบ 400 ล้านบาทสร้างทางเชื่อมเพิ่มรับนักท่องเที่ยวพุ่งหลังเปิดเออีซี
ทุ่มงบ 400 ล้านบาทสร้างทางเชื่อมเพิ่มรับนักท่องเที่ยวพุ่งหลังเปิดเออีซี
สมาคมผู้ประกอบการราชประสงค์ ทุ่ม 400 ล้านบาท สร้างสกายวอล์กเชื่อมยาวแพลทินัม
นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เปิดเผยว่า สมาคมเตรียมใช้งบประมาณจำนวน 400 ล้านบาท ปรับปรุงพื้นที่ภูมิทัศน์ย่านราชประสงค์ โดยเตรียมก่อสร้างสะพานทางเดินลอยฟ้า (สกายวอล์ก) จากศูนย์การค้าเกษร พลาซ่า ไปยังศูนย์การค้าแพลทินัม ประมาณ 800 เมตร รองรับการเติบโตทางการท่องเที่ยวภายหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558
ทั้งนี้ การสร้างสกายวอล์กจะอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติสามารถเดินทางแบบเชื่อมต่อระหว่างศูนย์การค้าในย่านราชประสงค์ รวมถึงเป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนให้กับหน่วยงานภาครัฐอย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) เห็นถึงการเชื่อมโยงเส้นทางเดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม สมาคมอยู่ระหว่างการขออนุญาตก่อสร้างทางเชื่อมจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเอกชนต้องการให้ภาครัฐพิจารณาอนุมัติการก่อสร้างทางเชื่อม ให้เร่งดำเนินการได้ทันปลายปีนี้ เพื่อให้โครงการดังกล่าวแล้วเสร็จปี 2558 ทันการเปิดเสรีเออีซี
นอกจากนี้ เตรียมติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มอีก 30 ตัว เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งสมาคมมีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว 24 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนสอดส่องดูแลความสงบบนพื้นที่สกายวอล์กแต่ละจุด
“สมาคมต้องการให้ย่านราชประสงค์เป็นแหล่งชุมชน ที่เป็นต้นแบบการพัฒนาที่มีความสำเร็จ ให้เป็นตัวอย่างการพัฒนาของภาครัฐ เพราะพื้นที่ดังกล่าวสามารถสร้างชุมชนที่แข็งแกร่งได้ เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า และการพัฒนาที่เกิดขึ้นทั้งระบบจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ไม่ใช่แค่ในไทย” นายชาย กล่าว
สำหรับแผนการปรับปรุงพื้นที่ศูนย์การค้าเกษร พลาซ่า ได้เตรียมขยายพื้นที่ร้านค้าให้มีขนาดกว้างขวางยิ่งขึ้นในแต่ละแบรนด์สินค้า รองรับการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งมองว่าภายหลังการเปิดเสรีเออีซี ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียและตลาดอาเซียน โดยเฉพาะตลาดอาเซียนคาดว่าประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม จะเดินทางมาช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าไทยในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด







