posttoday
เกษตรฯ ฝันนโยบายโซนนอ้งเป็นจริงปฏิวัติธุรกิจสีเขียวไทย

เกษตรฯ ฝันนโยบายโซนนอ้งเป็นจริงปฏิวัติธุรกิจสีเขียวไทย

19 มีนาคม 2556

โดย...สิทธินี ห่วงนาค

โดย...สิทธินี ห่วงนาค

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งผลักดันนโยบายบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศ หวังปฏิวัติภาคเกษตรของประเทศ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการใช้เทคโนโลยี

ยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ประสานกับ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมมือในการจัดทำข้อมูลด้านสินค้าเกษตรที่สำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ เพื่อใช้ในนโยบายโซนนิงพื้นที่พืชเศรษฐกิจเกษตร โดยให้ส่งข้อมูลมาที่กระทรวงภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้ เพื่อกระทรวงจะได้เตรียมข้อมูลดังกล่าวไว้สำหรับการหารือร่วมกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ คาดว่าหลังเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป จะมีความชัดเจนในเรื่องนโยบายโซนนิงพื้นที่เกษตร ซึ่งหากจะขับเคลื่อนได้จริง นโยบายนี้จะเป็นการปฏิวัติเขียวที่จะใช้เทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาช่วยในการผลิตสินค้าเกษตร ทั้งนี้ ในวันที่ 25 มี.ค. นายกรัฐมนตรีจะประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับผู้ว่าฯทุกจังหวัดอีกครั้ง

“การโซนนิงครั้งนี้จะเป็นเหมือนการปฏิวัติเขียวในยุโรปและสหรัฐ ที่ใช้เทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาช่วยในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต นำไปสู่การแปรรูปเพื่อมูลค่าสินค้าและเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน” ยุคล กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลที่กระทรวงเกษตรฯ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโซนนิงจังหวัด และมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเป็นฝ่ายเลขานุการ ส่งกลับมาตามกำหนดดังกล่าว คือ

1.ตรวจสอบพื้นที่ทำการเกษตรที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่เหมาะสมสำหรับพืช ปศุสัตว์ และประมง เพื่อทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยใช้ข้อมูลการตลาดเป็นตัวกำหนดปริมาณผลผลิตให้สอดคล้องกัน ทั้งการบริโภคในพื้นที่ การแปรรูป การเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม และการส่งออก ว่าในแต่ละพื้นที่นั้นต้องการการสนับสนุนจากรัฐในด้านใดบ้าง เช่น พันธุ์ แหล่งน้ำ ปุ๋ย ที่ดินทำกิน เทคโนโลยี การคมนาคม หรือทุน เป็นต้น 2.ตรวจสอบพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมหรือเหมาะสมน้อย เพื่อพิจารณาแนวทางในการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนอาชีพ หรือการทำการเกษตรชนิดอื่นที่มีความเหมาะสมกว่า หรือต้องการให้ภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างไร และ 3.ตรวจสอบพื้นที่ทำการเกษตรกรรมที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ หรืออยู่ในพื้นที่ป่าว่ามีอยู่จำนวนเท่าใด และจะจัดการอย่างไร รวมทั้งเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องที่ดินทำกินและการจัดการผลผลิตการเกษตรจากพื้นที่ดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอรัฐบาลในการกำหนดนโยบายหรือโครงการในการสนับสนุนการพัฒนาการผลิต หรือปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรของประเทศให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ โดยยึดตลาดเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดได้ในระยะยาว

ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้ประกาศพื้นที่เหมาะสมกับการผลิตสินค้าปศุสัตว์ 5 ชนิด ได้แก่ โคเนื้อ โคนม สุกร ไก่เนื้อ และไก่ไข่ ไปแล้วในเดือน มี.ค. และในเดือน พ.ค. จะประกาศเขตที่เหมาะสมกับการปลูกพืชอีก 5 ชนิด คือ เงาะ มังคุด ทุเรียน มะพร้าว และกาแฟ ทั้งนี้ก่อนหน้ากระทรวงเกษตรฯ ได้ประกาศเขตเหมาะสมกับการปลูกพืชเกษตรเศรษฐกิจ 6 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง

รมว.เกษตรฯ ยังกล่าวอีกว่า เนื่องจากปัญหาระบบโลจิสติกส์เป็นต้นทุนสินค้าเกษตรถึง 15% ของการเกษตร จึงเสนอนายกรัฐมนตรีให้ประสานกับกระทรวงคมนาคมเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับพื้นที่เกษตรในโครงการ เพื่อลดต้นทุนเหลือเพียง 8% ซึ่งนายกฯ ได้รับปากว่าเมื่อเรื่องพื้นที่และตัวเลขผลผลิตของทุกจังหวัดออกมา จะเชื่อมโยงกับโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาประเทศ 2.2 ล้านล้านบาท โดยจะให้กระทรวงคมนาคมเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าวต่อไป

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี