posttoday
Yield Curve ปรับตัวแคบ

Yield Curve ปรับตัวแคบ

19 มีนาคม 2556

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (11-15 มี.ค. 2556) มีมูลค่ารวม 499,896 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 99,979 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 4% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 318,572 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 130,103 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 10,759 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (11-15 มี.ค. 2556) มีมูลค่ารวม 499,896 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 99,979 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 4% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 318,572 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 130,103 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 10,759 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น ILB283A (อายุ 15 ปี) LB176A (อายุ 4.3 ปี) และ LB155A (อายุ 2.2 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 27,104 ล้านบาท 23,080 ล้านบาท และ 19,411 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น CB13402A (อายุ 14 วัน) CB13411C (อายุ 28 วัน) และ BOT161A (อายุ 3 ปี) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 39,078 ล้านบาท 26,793 ล้านบาท และ 24,416 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุ่น CPF163A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 1,153 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) รุ่น MBTH145A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 655 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT138A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 602 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวอยู่ในกรอบแคบๆ หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น/ลดลงในช่วงประมาณ 1 ถึง +2 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ทั้งนี้ภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างนิ่ง เนื่องจากในช่วงนี้ยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระทบตลาด อย่างไรก็ตามในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Rating ได้ปรับเพิ่มความน่าเชื่อถือของพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยจาก “BBB” เป็น “BBB+” และพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นจาก F3 เป็น F2 อย่างไรก็ตามยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรระยะยาวสกุลเงินในประเทศไว้ที่ระดับ “A” เช่นเดิม โดยการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้ เป็นผลเนื่องมาจากเศรษฐกิจของไทยที่ขยายตัวดีขึ้น และมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมไปถึงการที่ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางด้านราคา โดยสามารถรักษาระดับเงินเฟ้อไว้ให้อยู่ระดับต่ำต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี

อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นนี้ มีผลดึงดูดให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และมีผลทำให้เงินบาทแข็งค่าไปอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 28 เดือน หรืออยู่ที่ 29.56 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ในวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา

ในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติมียอด ซื้อสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภท รวมกัน 57,779 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) จะพบว่าซื้อสุทธิ 33,937 ล้านบาท ด้านนักลงทุนรายย่อยที่ถึงแม้จะมีสัดส่วนของการลงทุนค่อนข้างน้อย แต่ยังคงมียอดซื้อสุทธิอีก 1,049 ล้านบาท n

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน