
วัสดุพื้นผิวไร้รอยต่อ
พื้นซีเมนต์ขัดมัน พื้นหินขัด หรือพื้นผิวไร้รอยต่อต่างๆ เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คนที่กำลังจะสร้างบ้านหรือปรับปรุงวัสดุปูพื้นใหม่ ด้วยเหตุผลหลัก คือ การไม่มีร่องและรอยต่อที่เป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรก นอกจากนี้ยังเป็นงานฝีมือที่ทำให้เกิดลวดลายธรรมชาติที่มีความสวยงามเฉพาะตัวอีกด้วย
พื้นซีเมนต์ขัดมัน พื้นหินขัด หรือพื้นผิวไร้รอยต่อต่างๆ เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คนที่กำลังจะสร้างบ้านหรือปรับปรุงวัสดุปูพื้นใหม่ ด้วยเหตุผลหลัก คือ การไม่มีร่องและรอยต่อที่เป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรก นอกจากนี้ยังเป็นงานฝีมือที่ทำให้เกิดลวดลายธรรมชาติที่มีความสวยงามเฉพาะตัวอีกด้วย
ถ้าใครคิดจะเลือกใช้วัสดุพื้นผิวไร้รอยต่อ ก็ควรคำนึงถึงปัจจัยบางอย่างที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความสวยงามด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจะได้ลวดลายแตกร้าวเป็นของแถมได้ ซึ่งปัจจัยที่สำคัญเลยก็คือ ฝีมือของช่าง ทั้งฝีมือในเรื่องการผสมสัดส่วนองค์ประกอบต่างๆ และฝีมือในการทำงาน
ถึงแม้ว่าฝีมือช่างจะดีแล้วก็ยังมีปัจจัยอื่นอีก นั่นก็คือ การสั่นสะเทือนต่างๆ ทั้งจากสิ่งแวดล้อมโดยรอบและระบบพื้นที่รองรับพื้นผิวประเภทนี้ สิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างเช่น มีงานก่อสร้าง (ลงเสาเข็ม/ทุบตึก) อยู่ในละแวกบ้านของเรา หรือบ้านอยู่ติดถนนที่มีรถบรรทุกหนักๆ หรือรถไฟวิ่งผ่านจนบ้านสะเทือน ก็เป็นเหตุให้พื้นผิวเกิดการแตกร้าวได้
ส่วนระบบพื้นที่เหมาะสมก็เช่นกัน ควรเป็นระบบพื้นที่มีความคงตัว มีการขยับตัวน้อยมาก เช่น ระบบพื้นคอนกรีตหล่อกับที่ หรือหล่อเชื่อมกับคาน แต่ถ้าหากจะใช้ระบบแผ่นพื้นสำเร็จรูป อาจจะต้องเทคอนกรีตทับหน้าที่หนากว่าปกติและเสริมเหล็กตาข่ายที่ผิวหน้าเพื่อช่วยเพิ่มแรงยึดเหนี่ยวในเนื้อคอนกรีตด้วย
อย่างไรก็ตาม หากเกิดรอยแตกร้าวที่ไม่ต้องการ เราก็สามารถซ่อมแซมได้ แต่ครั้นจะรื้อทั้งหมดแล้วซ่อมแซมใหม่ก็เป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองแน่นอน ดังนั้นหลักในการทำพื้นผิวประเภทนี้ก็คือ ควรแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ โดยการใช้เส้นแบ่งแนวซึ่งมีทั้งเส้นทองเหลือง อะลูมิเนียม PVC ฯลฯ ที่มีหลายความกว้างให้เลือกใช้ โดยพื้นที่แบ่งที่เหมาะสมก็ไม่ควรเกิน 3 ตร.ม. และการแบ่งพื้นที่นั้นก็ควรให้อยู่ในแนวของโครงสร้าง เช่น แนวเสา/คาน เพราะรอยแตกร้าวมักจะเกิดตามแนวรอยต่อของโครงสร้าง ถ้ามีเส้นแบ่งแนวจะช่วยซ่อนรอยแตกร้าวได้
นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีซีเมนต์ที่มีการผสมสารโพลีเมอร์ ซึ่งช่วยลดการแตกร้าวของพื้นผิวและลดการแบ่งเส้นกั้นพื้นที่ จึงได้พื้นที่ที่ต่อเนื่องมากขึ้น รวมทั้งมีความหนาของชั้นพื้นผิวสำเร็จ (Finishing) อยู่ที่ประมาณ 610 มม.เท่านั้น ซึ่งบางกว่าพื้นผิวลักษณะนี้โดยทั่วไปที่มีความหนาอย่างน้อย 3 ซม. จึงเหมาะแก่การปรับปรุงบ้านที่มีข้อจำกัดเรื่องความสูงระหว่างพื้นกับฝ้าเพดาน รวมทั้งน้ำหนักที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อโครงสร้างบ้าน ราคาจะสูงกว่าประมาณ 2 เท่าตัว
เรื่องสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ก็คือ การดูแลรักษา ถ้าเป็นพื้นซีเมนต์ขัดมัน ควรเคลือบผิวด้วยน้ำยาต้านทานการดูดซึมน้ำ (Water Repellent) ซึ่งมีทั้งชนิดด้านและเงา เพื่อป้องกันรอยด่างที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากการทำของเหลวหกเลอะและถูกดูดซึมไว้ในเนื้อซีเมนต์ ส่วนพื้นหินขัด ควรเคลือบ Wax เป็นประจำเพื่อคงความเงางาม







