
"บ้านปู"โตอย่างยั่งยืน
การปรับตัวในหลายๆ ด้าน ทำให้บ้านปูมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และประสิทธิภาพที่ดีขึ้นจะสนับสนุนให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน
โดย...ทีมข่าวหุ้น-ตลาดทุน
ปี 2556 บริษัท บ้านปู (BANPU) จะดำเนินธุรกิจมาครบ 30 ปี “ชนินท์ ว่องกุศลกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้อาศัยโอกาสนี้พบปะผู้สื่อข่าวกลุ่มใหญ่ เพื่อฉายภาพแนวโน้มการดำเนินงานพร้อมกลยุทธ์ในการสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาวที่หัวหิน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
“ชนินท์” เล่าให้ฟังว่า การดำเนินงานของบ้านปูที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีฐานลูกค้าเอเชียที่มั่นคง ทั้งในญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน รายใหญ่ๆ รวม 23 ราย มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง สัดส่วนหนี้สินต่อกระแสเงินสดน้อยกว่า 3 เท่า มีกำไรกระจายตัวพร้อมเงินปันผลที่ดี มีความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการเงินไทยและต่างประเทศ และที่สำคัญเป็นบริษัทที่มีคะแนนเรื่องบรรษัทภิบาลที่ดีตลอดมา โดยมีฐานผู้ลงทุนกระจายตัว
แม้ว่าในช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา พื้นฐานของบริษัทจะด้อยลงไปบ้าง เนื่องจากราคาถ่านหินในตลาดลดต่ำกว่า 20% ส่งผลให้บ้านปูต้องปรับตัวโดยการเลื่อนหรือลดแผนการใช้เงินลงทุนที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน เช่น การปิด 2 เหมืองที่มีต้นทุนสูงในออสเตรเลียลงชั่วคราว
ยิ่งปรับตัวยิ่งแข็งแกร่ง
การปรับตัวในหลายๆ ด้าน ทำให้บ้านปูมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และประสิทธิภาพที่ดีขึ้นจะสนับสนุนให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว
แม้ว่าขณะนี้ราคาถ่านหินได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ราคาก็จะยังเพิ่มขึ้นไม่มากนักในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ดังนั้นบริษัทต้องระมัดระวังตัว มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจหลัก สร้างการเติบโตจากทรัพย์สินที่มีอยู่ พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพทางการเงิน ดูแลกระแสเงินสดก่อนอีบิตดา 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่ให้เกิน 1.1 ต่อ 1 เท่า โดยยังคงลดต้นทุนและใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันยังมองหาโอกาสทางธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาถ่านหิน และทำให้กระแสเงินสดดีขึ้น โดยจะมีการลงทุนเพิ่มในส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้า ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศนอกเหนือจากที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน คือ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี โรงไฟฟ้า 3 แห่งในจีน และล่าสุดที่กำลังพัฒนาโรงไฟฟ้าหงสาในลาว
เพิ่มรายได้ธุรกิจไฟฟ้า
ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าประมาณ 20% ของรายได้รวม ในอนาคตจะเพิ่มเป็น 30-40% คาดว่าการลงทุนมีโอกาสจะได้เห็นใน 2 ปีข้างหน้า พลังงานลมอาจจะเกิดก่อน โซลาร์เซลล์ก็น่าสนใจ
“ในช่วง 2-3 ปีนี้เราดูเรื่องใกล้ตัว เอากระแสเงินสดเข้ามาปีละ 900-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้มีขีดความสามารถในการลงทุนได้ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3 หมื่นล้านบาท”
นอกจากนี้ บริษัทได้ตัดลดงบลงทุนในช่วงปี 2555-2558 จากจำนวน 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ลงเหลือ 1,248 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยังคงใส่เงินลงทุนในโรงไฟฟ้าหงสาในปี 2558 ซึ่งคาดจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2558
กำไรปีนี้จะทรงตัว
ในปี 2556 บริษัทตั้งเป้าผลิตถ่านหินที่ประมาณ 48 ล้านตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 4.2 ล้านตัน จากปีที่ผ่านมา ส่วนรายได้จะทรงตัวจากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 1.1 แสนล้านบาท อัตรากำไรยังไม่ฟื้นตัว และกำไรสุทธิคงไม่สูงกว่าปีที่แล้วหรืออาจจะลดลง แม้ว่าบริษัทลดต้นทุนการผลิตก็ตาม เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยในปีนี้ต่ำกว่าปีก่อนที่เฉลี่ย 85.72 เหรียญสหรัฐต่อตัน
ชนินท์ กล่าวต่อไปว่า การขยายธุรกิจของบ้านปู ยังคงยึดหลักโตแบบยั่งยืน ดูแลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีมากขึ้น พร้อมเพิ่มมาตรฐานที่ดีขึ้นโดยให้ความสำคัญทั้งการเพิ่มขีดความสามารถและเก่งขึ้นเรื่อยๆ ของบริษัท ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น โรงไฟฟ้าจะต้องเป็นที่ยอมรับของชุมชน และการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศที่เข้าไปลงทุน เช่น การจ่ายภาษีครบถ้วน การทำธุรกิจตรงไปตรงมา
บ้านปูยึดหลักว่า เราจะต้องเติบโตไปด้วยกัน!!!







