posttoday
แย้มอาจลดภาษีนิติบุคคลอีก

แย้มอาจลดภาษีนิติบุคคลอีก

19 มีนาคม 2556

“กิตติรัตน์” เผยมีโอกาสปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงจาก 20% ให้เท่าหรือต่ำกว่าสิงคโปร์

“กิตติรัตน์” เผยมีโอกาสปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงจาก 20% ให้เท่าหรือต่ำกว่าสิงคโปร์

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งมีโอกาสที่จะลดภาษีลงต่ำกว่าอัตรา 20% ในปัจจุบัน เพราะมีหลายประเทศที่ยังมีภาษีที่ต่ำกว่า แต่สิ่งสำคัญของการลดภาษีแล้ว รัฐบาลจะต้องมีรายได้ที่เพียงพอ และทำให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเข้าสู่ระบบภาษีได้มากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอแก้ไขประมวลรัษฎากรการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยในปี 2555 ได้ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% และในปี 2556 ภาษีเงินได้นิติบุคคลจะต้องลดลงเหลือ 20% ซึ่งถือเป็นอัตราภาษีที่ต่ำเป็นที่ 2 ของอาเซียน

“หากภาษีต่ำและทุกคนเข้าสู่ระบบก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ตอนนี้มีหลายบริษัทยังไม่เข้าสู่ระบบภาษี การแสดงยอดเงินได้พึงประเมินยังไม่ตรงความจริง แต่ที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือดีขึ้น รายได้ภาษีก็ดีขึ้น ถ้าจะทำ ทำไมไม่ทำให้ต่ำกว่า ก็มีโอกาสที่จะทำภาษีให้ต่ำกว่าฮ่องกง สิงคโปร์ได้” นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับ พ.ร.บ.โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 2 ล้านล้านบาท จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ โดยยังคงกรอบวงเงินเดิม แต่อาจมีการปรับรายละเอียดโครงการลงทุนเล็กน้อย เช่น จะมีการลงทุนในการเพิ่มด่านศุลกากรด่านช่องจอม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่าจะเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ในไตรมาส 3 ของปี 2556 และกว่าจะเริ่มโครงการลงทุนจริงยังต้องใช้เวลา อาจเป็นช่วงปลายปีนี้

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจึงอาจยังไม่มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในปีนี้ แต่จะเริ่มเห็นชัดเจนในปีหน้า โดยปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ในอัตรา 4.55.5% สอดคล้องกับการประเมินของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

นายกิตติรัตน์ กล่าวถึงการที่ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ออกมาเตือนประเทศในเอเชียให้ระวังเงินทุนเคลื่อนย้ายและภาวะฟองสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์นั้น ถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตา แต่มองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังไม่เกิดภาวะฟองสบู่ เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังมีพื้นที่ให้ขยายตัวได้อีก แตกต่างจากบางประเทศที่เป็นเศรษฐกิจเมือง และมีโครงการเกิดใหม่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่มีพื้นที่ขยายตัวที่จำกัด ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับสูงขึ้น และผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังมีจำนวนมาก และมีความเข้มแข็ง

ดังนั้น ความต้องการและจำนวนอสังหาริมทรัพย์ยังทำงานสอดคล้องกัน ไม่เป็นอันตรายต่อระดับราคา แต่การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จะต้องระมัดระวัง

“การที่มีสภาพคล่องในระบบมาก ทำให้มีเงินร้อนเข้ามาเก็งกำไร แต่มองว่าส่วนใหญ่จะเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ และเมื่อมีการขายตราสารฯ ก็จะมีสภาพคล่องอยู่ ก็อาจขยายมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ ก็ต้องจับตาทั้งทางตรง ทางอ้อม แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในระบบที่เป็นผลกระทบรุนแรง” นายกิตติรัตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ