
อมตะโหมนอกบ้าน
ลุยนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามพม่าพร้อมรองรับตลาดภูมิภาคเปิดเสรี
ลุยนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนามพม่าพร้อมรองรับตลาดภูมิภาคเปิดเสรี
อมตะ ลุยนิคมอุตฯ ในเวียดนามพม่า เหตุศักยภาพเติบโตสูงรับอาเซียน
นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวในงานสังสรรค์ประจำปีที่จัดขึ้น ณ นิคมอมตะนคร จ.ชลบุรี ว่า บริษัทมีแผนจะเน้นลงทุนในเวียดนามมาก เพราะมีศักยภาพในตลาดนิคมอุตสาหกรรมอาเซียน โดยมีพื้นที่ติดทะเลกว่า 3,000 กม. มีประชากรกว่า 90 ล้านคน อีกทั้งค่าแรงถูกกว่าไทย ประกอบกับคนเวียดนามขยันและกระตือรือร้นที่จะทำงาน
อีกประเทศหนึ่งที่บริษัทให้น้ำหนักมาก คือ เมียนมาร์ ที่เป็นประตูสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งสินค้าที่จะส่งไปตะวันตกผ่านทางนี้มีสัดส่วน 40% ของทั้งโลก ขณะที่สินค้าที่ไปฝั่งตะวันออกมีสัดส่วน 50% โดยนิคมอุตสาหกรรมในเมียนมาร์จะมีพื้นที่ใหญ่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา
สำหรับภาพรวมการลงทุนจากต่างประเทศในปีที่แล้ว เวียดนามมีการลงทุนจากต่างประเทศมากกว่าไทยที่อยู่อันดับ 5 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่ไทยกำลังถอยไปเรื่อยๆ เพราะไม่ได้สร้างสิทธิประโยชน์ให้น่าสนใจเท่าประเทศอื่นๆ อย่างนักลงทุนต่างประเทศที่เข้าไปในสิงคโปร์มากกว่าไทย 7 เท่า มาเลเซีย 3 เท่า อินโดนีเซีย 2 เท่า
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาของไทยที่ไม่สร้างความพร้อมและให้สิทธิประโยชน์มากเท่าที่ควร รวมถึงความสะดวกต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมามีการเรียกรับผลประโยชน์จากนักลงทุน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือต่างๆ ค่านิยมเหล่านี้สร้างปัญหาและยังไม่มีการแก้ไข
หากยังเป็นเช่นนี้ ประกอบกับแนวคิดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่จะลดสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน ก็จะยิ่งส่งผลกระทบหนักขึ้น เพราะขนาดยังไม่ลดสิทธิประโยชน์ ไทยยังน่าลงทุนเป็นอันดับ 5 ของอาเซียน ไม่แน่ว่าปีหน้าเมียนมาร์อาจจะแซงไทย
ขณะที่การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 มีส่วนดีมากกว่าส่วนเสีย เพราะไทยอยู่ตรงกลางของภูมิภาค แล้วเหมือนอยู่กับข้างบ้านโดยไม่มีชายแดน ทำให้ค่าขนส่งไปข้างบ้านลดลงและสะดวกมากขึ้น รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่จะถูกลง และยังอาศัยแรงงานจากเพื่อนบ้านที่มีมากแต่ต้นทุนไม่สูง สำหรับงานภาคเกษตรหรือสายการผลิตบางอย่างที่แรงงานไทยไม่ทำ ส่วนคนไทยก็ขยับไปทำงานที่มีรายได้สูงขึ้น หากมองให้เป็นไทยจะได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์
แต่ข้อเสียของการรวมตัวเป็นเออีซี หลักๆ น่าจะเป็นเรื่องการอพยพแรงงานเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งไทยต้องปรับตัวทั้งเรื่องที่พักและอื่นๆ เพื่อรองรับแรงงานเหล่านี้







