
ดัตช์ยื่นมือช่วยรายย่อยพม่า
เน้นถ่ายทอดความรู้การประกอบธุรกิจย้ำกูรูที่ส่งช่วยคุณภาพคับแก้ว
เน้นถ่ายทอดความรู้การประกอบธุรกิจย้ำกูรูที่ส่งช่วยคุณภาพคับแก้ว
เนเธอร์แลนด์เซ็นเอ็มโอยูช่วยพัฒนาธุรกิจรายย่อยพม่า ด้านไต้หวันเร่งเอสเอ็มอีเจาะตลาดโครงสร้างพื้นฐาน
องค์การนักธุรกิจอาสาจากเนเธอร์แลนด์ (พียูเอ็ม) ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) กับสมาพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมในพม่า (ยูเอ็มเอฟซีซีไอ) ว่าจะให้การสนับสนุนพัฒนาภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในพม่า พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นการเน้นความช่วยเหลือในการยกระดับความสามารถของธุรกิจรายย่อยให้ดียิ่งขึ้น
“ธุรกิจเอสเอ็มอีต้องการความรู้และประสบการณ์เพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจของตัวเอง และทางพียูเอ็มจะเข้ามาเติมเต็มในจุดดังกล่าวที่พม่ายังขาดอยู่” จูสท์ ฟาน คาสเตอเลน ผู้แทนพียูเอ็มในพม่า กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะเมียนมาร์ไทมส์ พร้อมกับเสริมว่า คณะผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาในพม่าจะเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างนักธุรกิจพม่าและบริษัทของเนเธอร์แลนด์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
โครงการความช่วยเหลือจากเนเธอร์แลนด์ดังกล่าวประกอบไปด้วย การส่งคณะผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำแก่เจ้าของธุรกิจรายย่อยในพม่าให้รู้จักใช้ประโยชน์และศักยภาพที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การนำนักธุรกิจที่มีประสบการณ์มาจับคู่กับธุรกิจในพม่าเพื่อพัฒนาความสามารถในด้านต่างๆ
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรนักธุรกิจอาสาจากเนเธอร์แลนด์ยังระบุอีกด้วยว่า ในเบื้องต้นจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ในพม่าในการให้คำปรึกษาการพัฒนาแก่ธุรกิจขนาดเล็กในพม่า และหลังจากหมดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ทางองค์กรดังกล่าวจะยังติดต่อกับสมาพันธ์หอการค้าของพม่าอย่างสม่ำเสมอ โดยในอนาคตทางองค์กรพียูเอ็มจากเนเธอร์แลนด์ อาจจะนำผู้เชี่ยวชาญกลับมายังพม่าอีกครั้ง
ทั้งนี้ บริษัทที่จะมีสิทธิเข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะต้องเป็นบริษัทในพม่าที่มีลูกจ้าง หรือพนักงานมากกว่า 10 คนขึ้นไป แต่มีเงินทุนหมุนเวียนไม่เกิน 10 ล้านยูโร (ราว 390 ล้านบาท) ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำจากเนเธอร์แลนด์นั้น จะต้องมีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เป็นที่ยอมรับและน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจมาก่อน เช่น มีอายุระหว่าง 50–72 ปี มีบทบาทในการทำธุรกิจในสาขานั้นๆ ไม่ต่ำกว่า 25 ปี เป็นต้น
พียูเอ็ม กล่าวปิดท้ายว่า ปัจจุบันโครงการดังกล่าวไดรับความสนใจจากนักธุรกิจในพม่าจำนวนหนึ่งแล้ว และคาดว่าในอนาคตจะมีบริษัทเอกชนเข้ามาร่วมมากขึ้น
ทางด้านสภาพัฒนาการค้าภายนอกไต้หวัน (ไถ่ทรา) เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศมีโอกาสที่จะสามารถเจาะตลาดพม่าได้ โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐานและสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากพม่ากำลังพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงมีความต้องการในภาคดังกล่าวมากขึ้น
“เอสเอ็มอีในพม่าสามารถใช้จุดแข็งและเทคโนโลยีในสาขาเครื่องจักรและไฟฟ้า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในตลาดของพม่าได้” ไถ่ทรา กล่าว พร้อมกับย้ำว่าท่ามกลางการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการในสินค้าเกษตรและอาหารก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน







