
GLOBAL เคลียร์ตปท.
“วิทูร สุริยวนากุล” เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) และธนิศร ภาษีผล ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการโกลบอลเฮ้าส์ ในการจัดนำเสนอข้อมูลที่ฮ่องกง เพื่อพูดคุยกับผู้จัดการกองทุน 14 แห่ง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
“วิทูร สุริยวนากุล” เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) และธนิศร ภาษีผล ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการโกลบอลเฮ้าส์ ในการจัดนำเสนอข้อมูลที่ฮ่องกง เพื่อพูดคุยกับผู้จัดการกองทุน 14 แห่ง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักลงทุนส่วนใหญ่แสดงความสนใจแนวโน้มการเติบโตที่น่าตื่นเต้นของ GLOBAL และแผนการเดินหน้าเชิงรุกในช่วงที่อุตสาหกรรมมีการเติบโต ในขณะเดียวกันยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์ ที่ได้รับหลังเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ผู้บริหารระดับสูงของ GLOBAL ยังคงมุ่งเน้นการเร่งการขยายสาขาเพื่อครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมค้าวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่เกิดขึ้นหลังพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป พร้อมกับการบริโภคที่มีการเติบโต โดยเฉพาะในต่างจังหวัด
ในขณะเดียวกัน GLOBAL ยังคงเน้นสร้างการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์กับ SCC ที่คาดว่าจะส่งผลให้กำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
นอกจากนั้นยังมีปัจจัยบวก คือ ประการแรก การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม 78% ในปี 2556
ประการที่สอง การขยายสาขาจาก 20 สาขา ในปี 2555 เป็น 32 สาขา ในปี 2556 และอย่างน้อยอีก 12 สาขาต่อปีในช่วง 4 ปีข้างหน้า
ประการที่สาม การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากการเปลี่ยน ผลิตภัณฑ์ผสมผสานประโยชน์ของจากการประหยัดต่อขนาดและอำนาจในการต่อรองกับคู่ค้า
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนกังวลส่วนใหญ่คือแผนการขยายสาขาเชิงรุกของบริษัท อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
คำถามที่พบบ่อยรวมงบประมาณการลงทุนช่องทางในการระดมทุน การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและบุคลากร อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในปี 2555 และแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นในอนาคต รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากการเปิดรูปแบบร้านค้าใหม่ของ HMPRO ในชื่อ Mega Home
คำถามสำคัญของนักลงทุนมี ดังนี้
รูปแบบสาขาของ GLOBAL แตกต่างจากของบริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMRPO) อย่างไร
รูปแบบสาขาเดิมของ HMPRO แตกต่างจากของ GLOBAL ในแง่ของรูปแบบผลิตภัณฑ์และลูกค้า พื้นที่ขาย GLOBAL ขนาดราว 2.2 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) ต่อสาขาขนาดใหญ่กว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับ HMPRO (6,0008,000 ตร.ม./สาขา) เนื่องจากรูปแบบสาขาของ GLOBAL เป็นแบบคลังสินค้าหรือดิสเคาต์สโตร์ ในขณะเดียวกัน GLOBAL ขายสินค้าทั้งจำพวกผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง (40% ของรายได้) และผลิตภัณฑ์ตกแต่ง (60% ของรายได้) ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของ HMPRO เป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน เนื่องจากขายผลิตภัณฑ์ครบวงจร ลูกค้าหลักของ GLOBAL ส่วนใหญ่จึงเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็กและผู้ใช้สินค้าและราคาจำหน่ายของ GLOBAL ถูกกว่า HMPRO 15%
Mega Home ของ HMPRO ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ GLOBAL อย่างไร
HMPRO ตั้งเป้าเปิด Mega Home Center 20 สาขาในช่วง 5 ปีข้างหน้า 3 สาขาจากทั้งหมดจะเปิดภายในสิ้นปีนี้
ผู้บริหาร GLOBAL ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบสาขาของ Mega Home อย่างละเอียด แต่มีแนวโน้มใกล้เคียงกับของ GLOBAL ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบสาขาของ GLOBAL เหมาะสมกับตลาดในต่างจังหวัด
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา นักลงทุนมีความกังวลต่อการแข่งขันจากไทวัสดุของบริษัท เซ็นทรัลรีเทล (CRC) แต่ GLOBAL ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าบริษัทสามารถแข่งขันกับไทวัสดุได้ สาขาของ GLOBAL และไทวัสดุตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน 7 จังหวัด แต่สาขาของ GLOBAL มีผลการดำเนินงานที่ดีกว่า
ปัจจัยที่ทำให้ GLOBAL โดดเด่นกว่าคือค่าก่อสร้างที่ต่ำกว่า (ทั้งค่าที่ดินและก่อสร้าง) เมื่อเทียบกับไทวัสดุและรวมถึงระบบการจัดจำหน่ายที่ดีกว่า GLOBAL ซื้อที่ดิน ออกแบบ และก่อสร้างสาขาด้วยตนเอง ไม่ได้ผ่านผู้ประกอบการรายอื่น
บริษัทจะเร่งการเปิดสาขาใหม่เพื่อให้ครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศ และรวมถึงร่วมสร้างการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร SCC เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในด้านที่ตั้งของสาขาและต้นทุน
การเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ตกแต่งปรับปรุงบ้านเป็นอย่างไรในปัจจุบัน
GLOBAL เชื่อว่าอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ตกแต่งปรับปรุงบ้านของไทยยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมฯ อยู่ที่ระดับเพียง 20% ของประชากรทั้งประเทศเทียบกับอัตราการบริโภคผลิตภัณฑ์ตกแต่งปรับปรุงบ้านของประเทศที่ราว 80% บริษัทคาดประเทศไทยจะมีสาขาของร้านค้าประเภทจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งและปรับปรุงบ้านมากกว่า 200 สาขาในช่วง 5 ปีข้างหน้า
GLOBAL เชื่อว่าเมื่ออุตสาหกรรรมเข้าสู่จุดอิ่มตัวในอนาคต จะมีผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 3-4 ราย







