
แจกหุ้นปันผลสะพัด7พันล.
ทิสโก้ห่วงกดกำไรต่อหุ้นวูบบจ.ประสานเสียงทุนโตหนุนธุรกิจ
ทิสโก้ห่วงกดกำไรต่อหุ้นวูบบจ.ประสานเสียงทุนโตหนุนธุรกิจ
บจ.แจกหุ้นปันผลสูงเป็นประวัติการณ์ 7,062 ล้านบาท ทิสโก้ห่วงฉุดกำไรต่อหุ้น
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า สำหรับผลประกอบการในปี 2555 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 46 บริษัท มีการจ่ายปันผลเป็นหุ้นมูลค่าประมาณ 7,062.92 ล้านบาท และมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 18,829 ล้านหุ้น
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ คาดแนวโน้มกำไรสุทธิต่อหุ้นในปี 2556 น่าจะปรับลดลงกว่าที่ประมาณการที่ผ่านมา จากการออกหุ้นปันผลมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจากการตรวจสอบมี บจ. 34 บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นในปี 2555 โดยเฉลี่ยจะมีสัดส่วนราว 30% หรือคิดเป็น 10 หุ้นเดิมต่อ 3 หุ้นปันผล ซึ่งจะส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อราคาหุ้นราว 23% ดังนั้น ประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้นของตลาดน่าจะลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 12%
บล.ทิสโก้ ระบุว่า บริษัทที่จ่ายปันผลเป็นหุ้นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 22 บริษัท และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 12 บริษัท คิดเป็น 3% และ 16% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ SET และ mai ตามลำดับ
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโนไทยเอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) กล่าวว่า ผลจากการที่บริษัทตัดสินใจประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 3.5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล จะส่งผลให้ฐานทุนของบริษัทใหญ่ขึ้น และจะทำให้ความสามารถในการขยายงานปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีก และอนาคตจะสนับสนุนให้กิจการของบริษัทเติบโตขึ้น ซึ่งบริษัทเองมีเป้าหมายชัดเจนว่าในช่วง 5 ปีนับจากนี้จะตั้งเป้ารายได้โต 2530%
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการที่ทุนใหญ่ขึ้นก็จะทำให้มีจำนวนหุ้นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (อีพีเอส) จะปรับตัวลดลง แต่บริษัทก็มั่นใจว่าภายใน 1 ปี จะสามารถดำเนินธุรกิจให้กลับมามีอัตรากำไรสุทธิเติบโตได้ดังเดิม
นอกจากนี้ การที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีทิศทางที่สดใสตามการลงทุนของภาครัฐ การที่ทุนใหญ่ขึ้นก็จะเป็นโอกาสในการเข้าไปประมูลรับงานได้มากขึ้นอีก และเห็นชัดเจนอย่างมากในปีนี้ที่มีแนวโน้มว่าการได้รับงานน่าจะเกิดเป้าหมายที่วางไว้ว่าปีนี้อย่างน้อยจะต้องมีงานใหม่เข้ามา 3 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันบริษัทได้รับงานมาแล้ว 2 หมื่นล้านบาท
นายสลิบ สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮโดรเท็ค (HYDRO) กล่าวว่า ยอมรับว่าช่วงแรกอีพีเอสจะลดลงเพราะหุ้นเพิ่มขึ้นมา 50% หลังเพิ่มทุนจ่ายปันผลเป็นหุ้น 2 ต่อ 1 แต่จะเกิดในช่วงแรกเท่านั้น เพราะทุนที่เพิ่มทุนเป็นทำให้มีโอกาสในการขยายและรับงานรวมทุนลงทุนได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายก็จะกลับมาทำให้ธุรกิจโตและกำไรสุทธิต่อหุ้นก็จะเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจการลงทุนก็มีความคืบหน้าต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าที่ลงนามบันทึกความเข้าใจกับพันธมิตรและรัฐบาลสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ (สปป.ลาว) ในการทำโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ซึ่งจะถือหุ้น 80% และ 20% ถือโดยฝั่งลาว
นายอภิชัย เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) กล่าวว่า การปันผลเป็นหุ้นทำให้ทุนใหญ่และเป็นโอกาสในการขยายกิจการ รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายด้วย
อย่างไรก็ตาม บริษัทก็มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดคณะกรรมการได้อนุมัติให้ขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอีก 750 ล้านบาท ซึ่งน่าจะดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 2 และจะเป็นรายได้ให้กับบริษัทด้วย ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะในการขายกองเข้ากองทุนเมื่อปลายปีที่ผ่านมานักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อหุ้นเกินมูลค่าที่เสนอขาย
ปัจจุบันนี้มีกองทุนจากสิงคโปร์และสหรัฐมาขอข้อมูล ซึ่งการที่หุ้นมีสภาพคล่องก็จะทำให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้







