
กู้2ล้านล้านเข้าสภา27มี.ค.
วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 มี.ค.นี้
วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 มี.ค.นี้
จะเสนอร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ 2 ล้านล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หลังจากนั้นรัฐบาลจะส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้รัฐสภาพิจารณาในวันที่ 20 มี.ค.ทันที โดยได้ประสานวิปรัฐบาลในการบรรจุร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่ 1 คาดว่าจะสามารถเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาภายในวันที่ 27–28 มี.ค.นี้
หลังจากผ่านการพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาอีกครั้ง คาดว่าใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 60 วัน จึงจะแล้วเสร็จ
เงินบาทแข็งค่าสุดในภูมิภาค
ค่าเงินบาทกลายเป็นปมร้อนของเศรษฐกิจขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากแข็งค่าขึ้นหลุดกรอบ 29.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 2 ปี และแข็งค่าขึ้นมาแล้วนับจากต้นปี 3.4% ถือว่าแข็งค่าสุดในภูมิภาค ทำให้เอกชนเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับการส่งออก เพราะไม่สามารถโควตราคาในการขายได้ ขณะที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า นโยบายการเงินของไทยเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าผิดปกติ หากคณะกรรมการนโยบายการเงินจะพิจารณาลดดอกเบี้ยก็ยังไม่สาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือภาคส่งออก
อย่างไรก็ดี พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า นโยบายการเงินในปัจจุบันก็ถือว่าเอื้อต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ส่วนเรื่องค่าเงินบาทเป็นเรื่องของปัจจัยจากภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้
หนี้ท่วมแผ่นดิน
สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) คาดการณ์แนวโน้มหนี้สาธารณะของประเทศไทยว่า ไทยมีความเสี่ยงที่จะมีหนี้สาธารณะสูงถึง 70-80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายใน 5 ปี
ปัจจัยเสี่ยงที่จะสร้างภาระต่อหนี้สาธารณะ คือโครงการรับจำนำข้าวจากการวิจัย คาดว่าในปีแรกจะขาดทุน 1.7 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็นปีละ 2 แสนล้านบาท หากยังเดินหน้านโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง
ต่อมาคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้านบาท แม้จะเป็นโครงการลงทุนที่จำเป็น แต่รัฐบาลต้องป้องกันเรื่องคอร์รัปชันและต้องใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะงบประจำคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 7-10% ทุกปี







