
ระดมกึ๋นแก้วิกฤตเด็กเรียนอาชีวะลดฮวบ
ระดมสมองอาชีวะภาคจังหวัด ทำแผนดึงเด็กหันเรียนสายอาชีวะมากขึ้น หลังพบจำนวนผู้เรียนลดฮวบ 20%
ระดมสมองอาชีวะภาคจังหวัด ทำแผนดึงเด็กหันเรียนสายอาชีวะมากขึ้น หลังพบจำนวนผู้เรียนลดฮวบ 20%
นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ จะนัดประชุมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมทั้งเชิญประธานอาชีวะภาคและจังหวัดมาหารือร่วมกัน เพื่อช่วยจัดทำแผนดึงเด็กให้เข้ามาเรียนสายอาชีพมากขึ้น หลังได้รับรายงานล่าสุดว่า จำนวนเด็กที่สมัครเข้ามาเรียนสายอาชีพที่กำลังจะเปิดรับในช่วงกลางเดือน มี.ค.นี้ ลดลงจากปีที่แล้วมาก
เฉพาะจำนวนเด็กที่ได้รับโควตาให้เข้าเรียนต่อในระดับสายอาชีพปีนี้ยังลดลงจากปีที่แล้วถึง 20% หากปล่อยไว้นอกจากจะทำให้ไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนเด็กที่เรียนสายอาชีพเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าที่รัฐบาลตั้งไว้ อาจทำให้การสร้างบุคลากรสายอาชีพเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
“ตอนนี้ไม่ห่วงการเพิ่มสัดส่วนเด็กสายอาชีพแล้ว แต่ห่วงเรื่องการสร้างแรงงานไม่ได้ตามความต้องการมากกว่า ยิ่งขณะนี้รัฐบาลมีโครงการลงทุนก่อสร้างขนาดใหญ่ๆ ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้แรงงานระดับช่างฝีมือ ซึ่งปัจจุบันก็ผลิตป้อนตลาดไม่พออยู่แล้ว” นายชัยพฤกษ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี จะมีการนำปัญหาดังกล่าวเข้าไปหารือในที่ประชุม เพื่อสอบถามถึงตัวเลขที่แท้จริงและแยกวิเคราะห์จุดบอดว่าอยู่ที่ไหน ถึงทำให้เด็กเรียนสายอาชีพน้อยลง รวมทั้งสาขาวิชาใดที่เด็กให้ความสนใจเลือกเรียนมากน้อยที่สุด เพื่อนำมาปรับปรุงให้เด็กหันมาสนใจเลือกเรียนสายอาชีพมากขึ้น
เบื้องต้นอาชีวศึกษาจะดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น เช่น ประชาสัมพันธ์ถึงความน่าสนใจของการศึกษาระดับอาชีวศึกษา การสร้างภาพลักษณ์ ความเข้าใจที่ดีแก่เด็กและผู้ปกครอง การทำโครงการให้รุ่นพี่ไปชวนน้องเรียน การให้โควตาเด็กเรียนสายอาชีพมากขึ้น รวมทั้งอาจจะมีการเปิดรับสมัครเด็กสายอาชีพหลายรอบมากขึ้น ซึ่งต้องศึกษาให้รอบด้าน เพราะอาจกระทบต่อสถาบันอาชีวศึกษาเอกชนได้
ขณะเดียวกันอาชีวศึกษาได้เริ่มนำระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์(อีออฟฟิศ) มาใช้ในสถาบันการศึกษาระดับอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ง่ายขึ้นรวมทั้งในอนาคตจะทำให้สามารถเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาระดับอาชีวะในภูมิภาคสะดวกขึ้น ซึ่งระบบนี้จะเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะวิทยาลัยขนาดเล็กที่อยู่ต่างจังหวัด
ปัจจุบันระบบอีออฟฟิสมีการนำไปใช้ในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนในการดำเนินงานด้านเอกสารธุรการต่างๆให้สะดวก รวดเร็วขึ้น ลดปัญหาด้านบุคลากรไม่เพียงพอ รวมทั้งยังสามารถลดปัญหาเอกสารหล่นหายระหว่างทางได้อีกด้วย







