posttoday
บิวตีบ็อกซ์พร้อมส่งเสิร์ฟความสวยลงกล่องให้ลองถึงบ้าน

บิวตีบ็อกซ์พร้อมส่งเสิร์ฟความสวยลงกล่องให้ลองถึงบ้าน

15 มีนาคม 2556

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะถดถอย หุ้นจะร่วง หรือการค้าจะซบเซาเพียงใด แต่ธุรกิจหนึ่งที่มักสามารถพยุงตัวหรือเติบโตฝ่าแรงต้านไปได้ ก็คือธุรกิจเกี่ยวกับความงามทั้งหลาย ตอบรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่มีวันยอมหยุดสวย

ทว่าหากจะดำเนินธุรกิจขายเครื่องสำอางแบบทั่วๆ ไป ก็คงไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณผู้หญิงในวันนี้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูง ชื่นชอบการลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และนิยมการช็อปปิ้งออนไลน์ที่สะดวกเพียงแค่ปลายนิ้วคลิก

ดักลาส กาน ผู้ประกอบการหนุ่มไฟแรงชาวสิงคโปร์ในวัยเพียง 28 ปี ผู้มองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจความงามในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เต็มไปด้วยกำลังซื้อ จึงไม่รีรอผุดธุรกิจจัดส่งความงามทันใจผ่านรูปแบบกล่องบิวตี บ็อกซ์ ในแบรนด์ “VanityTrove” เจาะกลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่ทั่วกลุ่มประเทศอาเซียน

รูปแบบธุรกิจบิวตี บ็อกซ์ หรือการจัดส่งความงามทันใจถึงบ้านนี้ คือธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ให้ลูกค้าสมัครเป็นสมาชิกรายเดือนบนเว็บไซต์ โดยลูกค้าจะจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนเพื่อรับชุดผลิตภัณฑ์ความงามขนาดทดลอง ซึ่งจัดส่งมาให้ที่บ้านทุกๆ เดือน ซึ่งนับเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรงในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และกำลังขยายตลาดครอบคลุมไปทั่วเอเชีย

กาน เปิดเผยกับเว็บไซต์บิซไอที ว่า แม้จะไม่ใช่นักธุรกิจหน้าใหม่เพราะเคยดำเนินกิจการเกี่ยวกับไอทีมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ธุรกิจความงามที่เจาะตลาดผู้หญิงโดยเฉพาะ ก็ถือเป็นความท้าทายไม่น้อยเลยทีเดียว

ทว่าเมื่อพิจารณาถึงโอกาสที่ธุรกิจประเภทนี้จะเติบโตได้ดี นักธุรกิจหนุ่มรายนี้จึงตัดสินใจเปิดบริษัท วานิตีโทรฟ ขึ้นในเดือน ธ.ค. 2555 บนเงินทุนตั้งต้น 1 แสนเหรียญสิงคโปร์ (ราว 2.4 ล้านบาท) ด้วยการระดมทุนจากบรรดานักลงทุนอิสระ โดยว่าจ้างพนักงานเต็มเวลา 4 คน และพนักงานพาร์ตไทม์อีก 3 คน ซึ่งกานลงมือทำทุกอย่างด้วยตนเอง รวมถึงการบรรจุหีบห่อ

“เป็นเรื่องน่าปวดหัวมากเลยทีเดียว เราแพ็กสินค้าถึง 200 กล่องในช่วง 3-4 วัน” ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งวานิตีโทรฟ กล่าว

ทว่าแม้จะต้องวุ่นกับการคัดสรรสินค้า ผลตอบรับที่ได้ก็คุ้มค่าเพราะสามารถจำหน่ายบิวตี บ็อกซ์ ได้หมดเกลี้ยงในช่วง 2 เดือนแรกที่เปิดร้าน แม้จะไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการก็ตาม โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าแล้วหลายพันคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสาววัยทำงาน อายุระหว่าง 2534 ปี ซึ่งมีกำลังซื้อสูง และมองหาผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพดี

กานตั้งเป้าให้วานิตีโทรฟเป็นผู้นำธุรกิจประเภทบิวตี บ็อกซ์ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมองว่าแม้จะเป็นตลาดที่เล็กกว่าเมื่อเทียบกับในเอเชีย ยุโรป หรือสหรัฐ ทว่าตลาดที่เล็กกว่ากันนี้ก็ย่อมหมายถึงการแข่งขันที่น้อยลงตามไปด้วย

เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายดังกล่าว วานิตีโทรฟจึงวางโพซิชันของแบรนด์ให้เป็นบิวตี บ็อกซ์ ระดับบน เน้นสินค้าเคาน์เตอร์แบรนด์ชั้นนำอย่างเช่น La Mer และ Clarins พร้อมเน้นที่การให้บริการเป็นเยี่ยม เพื่อจับตลาดลูกค้าในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ผู้นิยมการทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในแต่ละเดือน โดยคิดค่าบริการสมาชิกเดือนละ 25 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 600 บาท) หรือสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของคู่แข่งรายอื่นๆ เช่น กอสซิป บ็อกซ์ และเบิร์ช บ็อกซ์

อีกหนึ่งความแตกต่างทางกลยุทธ์ที่วางไว้ก็คือ วานิตีโทรฟได้เจาะตลาดให้บริการจัดส่งสินค้าในหลายประเทศอาเซียน ทั้งในสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย รวมถึงฮ่องกง และไต้หวัน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการชาวสิงคโปร์ยังต้องเตรียมผลักดันผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมา เช่น กล่องบิวตี บ็อกซ์ สำหรับผู้ชาย ที่คาดว่าจะออกมาในช่วงไตรมาส 2 หรือ 3 ของปีนี้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับธุรกิจประเภทเดียวกันอีกหลายเจ้าที่ทยอยออกมาแข่งขัน

เพราะเมื่อจับทิศถูก คว้าโอกาสบุกตะลุยตลาดใหม่ๆ มาได้แล้ว ก็ต้องไม่หยุดนิ่งปล่อยให้ถูกแซงไปง่ายๆ ด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท