
‘ซิงเกอร์’ลั่นเทิร์นอะราวด์
ธุรกิจแกร่งมีสินค้าเยอะลูกค้าผ่อนสบายกำไรเพิ่มต้นทุนเงินลดหลังเครดิตดีขึ้น
ธุรกิจแกร่งมีสินค้าเยอะลูกค้าผ่อนสบายกำไรเพิ่มต้นทุนเงินลดหลังเครดิตดีขึ้น
ซิงเกอร์มั่นใจหุ้นเทิร์นอะราวด์ กำไรพุ่งได้การเมืองนิ่ง นโยบายอัดฉีดเงินสู่รากหญ้า
นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) เปิดเผยว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2553-2555 รายได้ของบริษัทเติบโตในระดับ 15% มาโดยตลอด และสามารถพลิกจากที่เคยมีผลขาดทุนสะสม 1,800 ล้านบาท ในอดีต จนกลับมามีกำไรสะสมปัจจุบันในระดับ 226 ล้านบาทได้ และมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลคืนให้กับผู้ถือหุ้นปีนี้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เรียกได้ว่าผลประกอบการพลิกฟื้นตัว (เทิร์นอะราวด์)
ทางด้านของราคาหุ้นก็สามารถเทิร์นอะราวด์ด้วยเช่นกัน จากที่เคยอยู่ในระดับ 0.90 บาทต่อหุ้นในปี 2551 หรือมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 270 ล้านบาท มาปัจจุบันนี้ราคาหุ้นได้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 25 บาท มาร์เก็ตแคประดับ 7,500 ล้านบาท เติบโตถึง 2,500%
นอกจากผลประกอบการที่ดีแล้ว เป็นผลจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทางซิงเกอร์ (ประเทศไทย) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 49% ได้ขายหุ้นส่วนหนึ่ง ทำให้ถือหุ้นเหลือ 40% ช่วยเสริมให้สภาพคล่องของหุ้นดีขึ้น ขณะเดียวกับที่นักลงทุนรายบุคคลเฟ้นเลือกหุ้นเทิร์นอะราวด์ หลายๆ ปัจจัยเหล่านี้ได้หนุนให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น
สำหรับอนาคตราคาหุ้นคงจะเติบโตตามผลประกอบการ ซึ่งยังเชื่อมั่นว่าผลประกอบการยังมีการเติบโตในอัตราที่ดี ปีนี้คาดว่ารายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 15% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 2,964 ล้านบาท และคาดว่าจำนวนลูกค้าเงินผ่อนในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1.7 แสนบัญชี จากปัจจุบัน 1.6 แสนบัญชี โดยมีการขยายเข้าสู่สินค้าเชิงพาณิชย์ เช่น ตู้น้ำหยอดเหรียญ ตู้น้ำมันหยอดเหรียญ และในอนาคตคาดว่ากล้องวงจรปิดซึ่งเริ่มเปิดตลาดไปน่าจะมีการขยายตัวที่ดี บริษัทจะพยายามผลักดันให้สัดส่วนการขายจากสินค้าเชิงพาณิชย์เพิ่มเป็น 50% จากปัจจุบัน 40% ส่วนที่เหลือเป็นสินค้าในครัวเรือน
ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรยังอยู่ในระดับที่ดี คาดว่าอัตรากำไรสุทธิของบริษัทปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 810% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.6% สาเหตุเนื่องจากต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลง หลังจากอันดับเครดิตของบริษัทดีขึ้นจากผลกำไรที่ดีมีการเติบโตโดยตลอด ทำให้การกู้เงินกับธนาคารได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น และระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาในส่วนของลูกหนี้ในส่วนของร้านค้า มีกำลังในการผ่อนชำระจนครบงวด ทำให้บริษัทมีกำไรที่ดี ต่างจากอดีตจะผ่อนเพียง 23 เดือนแรก ก็ไม่มีกำลังจะผ่อนชำระต่อ
“ขณะนี้ชาวนาชาวไร่มีกำลังซื้อสูง เพราะการเมืองนิ่ง ขณะที่นโยบายของภาครัฐไม่ว่าจะเป็นค่าแรง 300 บาท โครงการรับจำนำข้าวและสินค้าเกษตร เช่น ยางพารา ได้หนุนให้ประชาชนมีกำลังในการจับจ่าย ทั้งนี้คาดว่าทิศทางธุรกิจของบริษัทน่าจะมีการเติบโตเพราะทุกรัฐบาลจะพยายามเน้นนโยบายระดับล่าง” นายบุญยง กล่าว
สำหรับงบลงทุนปีนี้ บริษัทเตรียมจะลงทุน 200 ล้านบาท แบ่งเป็น 150 ล้านบาท ซื้อรถกระบะเพิ่มอีก 500 คัน เป็น 1,500 คัน เพื่อให้พนักงานใช้เดินตลาดซึ่งสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ดี และอีก 50 ล้านบาท ใช้เพื่อขยายสาขาอีก 10 แห่งในปีนี้
ด้านผลประกอบการของบริษัทในปี 2555 มีกำไรสุทธิ 226.22 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 0.84 บาท เพิ่มขึ้นถึง 58% จากปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิ 142.45 ล้านบาท หรือ 0.53 บาท ส่วนราคาหุ้น SINGER เดินหน้าต่อเนื่องล่าสุดปิดที่ 25.50 บาท บวก 0.50 บาท







