
บ้านไฮม์ลุยลูกค้าแมส
เซกิซุยเอสซีจีทุ่มงบ 2 พันล้านผุดโรงงานปรับสเปกหั่นต้นทุนลดราคาขาย 50%
เซกิซุยเอสซีจีทุ่มงบ 2 พันล้านผุดโรงงานปรับสเปกหั่นต้นทุนลดราคาขาย 50%
เซกิซุยเอสซีจี ทุ่ม 2,000 ล้าน ผุดโรงงานผลิตบ้านไฮม์ พร้อมหั่นต้นทุน ขายถูกลง 50% ขยายฐานเจาะตลาดแมส
นายโทชิยะ โนมูระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซกิซุยเอสซีจี อินดัสทรี เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานเอสซีจี ไฮม์ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนบ้านสำเร็จรูปแบบโมดูลาร์ ที่ จ.สระบุรี บนที่ดินกว่า 100 ไร่ โดยมีกำลังการผลิต 1,000 หลังต่อปี และโรงงานดังกล่าวเริ่มเดินเครื่องผลิตตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นโรงงานแห่งนี้จะผลิตชิ้นส่วนบ้านไฮม์ป้อนตลาดในไทยเท่านั้น แต่ตั้งเป้าภายใน 12 ปีจะเริ่มส่งออกไปอาเซียน โดยจะอาศัยเครือข่ายเอสซีจีในภูมิภาคนี้เข้าไปทำตลาด และจะถือว่าโรงงานไฮม์ที่ จ.สระบุรี เป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกลุ่มเซกิซุยมองตลาดดังกล่าวมาตั้งแต่เข้ามาร่วมทุนกับกลุ่มเอสซีจีทำตลาดบ้านไฮม์ในไทยแล้ว
ขณะที่ตลาดในประเทศไทย หลังจากทดลองตลาดมา 2 ปี และเน้นจับกลุ่มบ้านระดับไฮเอนด์ ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ล่าสุดหลังจากตั้งโรงงานผลิตแห่งนี้ จึงได้พัฒนาแบบบ้านรุ่นใหม่ “สมาร์ต ซีรีส์” เปิดตัวซีรีส์แรกดาร์วิน โมเดลที่จะมีราคาถูกลงกว่ารุ่นแรก 50% โดยจะเป็นแบบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอย 243 ตร.ม. ราคา 5.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ของไทย และถือเป็นการขยายฐานตลาดบ้านโมดูลาร์ไปยังวงกว้างมากขึ้น
นายวชิระชัย คูนำวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจีเซกิซุยเซล กล่าวว่า พื้นที่ใช้สอยรุ่นสมาร์ต ซีรีส์ จะน้อยกว่ารุ่นแรกเกือบ 50% และปรับลดสเปกบางรายการลง เช่น รองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวลดลงจาก 7 ริกเตอร์ เป็น 6 ริกเตอร์ ระบบป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านลดลงจาก 40% เป็น 25% ระบบป้องกันเสียงลดลงจาก 60 เดซิเบล เป็น 40 เดซิเบล เป็นต้น เพื่อทำราคาขายให้จับต้องได้มากขึ้น โดยเบื้องต้นจะเน้นตลาดสั่งสร้างเป็นหลัก จากนั้นปลายปีนี้จะขยายเข้าสู่โครงการจัดสรร ซึ่งคาดว่าจะร่วมกับพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เช่นเดิม
สำหรับบ้านไฮม์ เป็นบ้านสำเร็จรูปแบบโมดูลาร์ ที่กลุ่มเอสซีจีร่วมทุนกับกลุ่มเซกิซุยจากประเทศญี่ปุ่น โดยเปิดตัวครั้งแรกกับโครงการจัดสรรของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และล่าสุดใช้กับโครงการบ้านพักตากอากาศที่ อ.ปากช่อง ของกลุ่มชาญอิสสระ รวมทั้งมีการทำตลาดเอง โดยเน้นบ้านสั่งสร้างจากผู้บริโภค ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มียอดสั่งสร้างแล้ว 130 หลัง คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้า 250 หลัง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,000 หลัง ภายในปี 2560







