
‘โฟลว’ เฮดโฟนไร้สายเปลี่ยนความไม่พอใจให้เป็นธุรกิจเงินล้าน
โดย...วรัท เจิ่งประภากร
โดย...วรัท เจิ่งประภากร
หลายคนคงเคยประสบกับปัญหาไม่พอใจรูปแบบหรือคุณภาพของสินค้าที่วางจำหน่ายเมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายไป แต่จะมีสักกี่คนที่จะเปลี่ยนความไม่พึงพอใจเหล่านั้นมาเป็น “แรงบันดาลใจ” ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น แล้วนำมาขายในราคาที่สมเหตุสมผล เพื่อให้คนทั่วไปสามารถซื้อหาใช้ได้จริง
ทว่า เคตัน ราฮังเดล นักศึกษามหาวิทยาลัยในสหรัฐธรรมดาๆ คนหนึ่งสามารถทำได้ แถมยังทำได้ในช่วงที่เป็นเฟรชชีและยังมีอายุไม่ถึง 20 ด้วยซ้ำ ด้วยการจัดตั้งบริษัท เอียร์ท็อป และนำเสนอสินค้าสุดเจ๋งอย่าง “โฟลว” อุปกรณ์เสริมเปลี่ยนเฮดโฟนธรรมดาให้กลายเป็นเฮดโฟนไร้สายออกสู่ตลาดในราคาที่ย่อมเยา
ความสนใจในธุรกิจประเภทนี้ เริ่มต้นจากปัญหาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นดีเจรุ่นเยาว์ในวัย 12–13 ปีเท่านั้น ราฮังเดล มักประสบความยุ่งยากเสียเวลาติดตั้งอุปกรณ์เครื่องเสียงต่างๆ ที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยางมาโดยตลอด จึงนำไปสู่จุดเริ่มต้นของไอเดียบรรเจิดว่า หากทำให้อุปกรณ์เครื่องเสียงเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างไร้สายก็คงจะดี
หลังจากนั้น เฟรชชีหนุ่มในวัย 18 ปี จากมหาวิทยาลัยแบ็บสัน ก็เริ่มคิดวางแผนทางธุรกิจ และเริ่มหาแนวร่วมในการทำธุรกิจกับกลุ่มนักวิศวกรด้านเสียง เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการทำอุปกรณ์ที่จะเปลี่ยนเฮดโฟนธรรมดาให้สามารถทำงานได้อย่างไร้สายโดยคุณภาพเสียงไม่ลดลง ในราคาที่ใครก็สามารถซื้อได้
เมื่อแผนการธุรกิจรุดหน้าไปได้ด้วยดี หนุ่มเฟรชชีผู้นี้จึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยแบ็บสันในรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนสอนการประกอบธุรกิจอันดับ 1 ของสหรัฐ และย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไมอามีแทน เพื่อที่จะได้ติดต่อประสานงานกับกลุ่มนักวิศวกรด้านเสียงที่ต้องทำงานด้วยได้ง่ายขึ้น
การย้ายที่ครั้งนี้ คือจุดเริ่มต้นไปสู่การก่อตั้งบริษัท “เอียร์ท็อป” เพื่อดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง ราฮังเดล ได้เข้าประกวดแข่งขันแผนการประกอบธุรกิจจนได้เข้ารอบสุดท้ายในหลายเวที ทำให้ในที่สุดหนุ่มคนนี้ได้รับความช่วยเหลือทั้งทางด้านกฎหมายและทางด้านการตลาดจากคนในแวดวงธุรกิจที่ได้พบเจอเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะความช่วยเหลือที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อหนุ่มไฟแรงได้รับเงินทุนมากถึง 2.5 แสนปอนด์ จากนายทุนอุปถัมภ์ใจดีที่เล็งเห็นถึงศักยภาพในการทำธุรกิจดังกล่าว โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนที่ได้รู้จักจากงานประกวดต่างๆ
หลังจากนั้นนักธุรกิจหนุ่มก็ได้ใช้เวลาร่วมกับนักวิศวกรด้านเสียงเป็นเวลากว่า 6 เดือน ในการวิจัยและพัฒนาสินค้าชิ้นแรกในชื่อว่า “โฟลว” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยเปลี่ยนเฮดโฟนทั่วไปที่ต้องเสียบสายกับเครื่องเสียง ให้กลายเป็นเฮดโฟนที่สามารถบังคับได้โดยไร้สาย
เพียงแค่ติดตั้งอุปกรณ์โฟลวเข้ากับรูเสียบสายแจ็กขนาด 3.5 มม. ของเฮดโฟน โฟลวก็จะทำการสื่อสารกับอุปกรณ์เครื่องเล่นเพลงนั้น ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือเครื่องเล่นเอ็มพีสาม ผ่านเทคโนโลยีบลูทูธที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเอียร์ท็อป ทำให้คุณภาพเสียงไม่ลดลงไปเลยแม้แต่น้อย
ทั้งนี้ เอียร์ท็อปได้วางจำหน่ายโฟลวไปแล้วเมื่อปี 2012 และแม้จะไม่เปิดเผยยอดขายที่แน่ชัด แต่ก็ระบุว่ามียอดสั่งซื้อเป็นจำนวนมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการคาดการณ์ว่ารายได้ในปีแรกของเอียร์ท็อปอาจทะลุถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว
ความสำเร็จของผู้บริหารหนุ่มวัยเพียง 19 ปี ส่งผลให้ซีอีโอของเอียร์ท็อป ได้รับการเสนอชื่อโดยเว็บไซต์สตาร์ตอัพ อเมริกา พาร์ตเนอร์ชิป แอนด์ อิมแพ็ก ให้เป็น 1 ใน 100 บริษัทกลุ่มผู้ประกอบการวัยเยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี และมีรายได้ต่อปีมากกว่า 1 แสนเหรียญสหรัฐ
ไอเดียใหม่ในการเริ่มต้นธุรกิจนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่เลือกวัย และอาจจะเกิดขึ้นจากความไม่พอใจในสินค้าบางอย่างที่อยู่รอบตัวเองก็เป็นได้!







