
เสริมแกร่งแฟรนไชส์ไทย ปั้นรายได้ทะลุ 2 แสนล้าน
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
หลังจากทิ้งห่างการเก็บตัวเลขมูลค่าทางการตลาดของธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไปถึง 2 ปี มาวันนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทย ก็ประกาศกลับมาเก็บรวบรวมข้อมูลจริงจังอีกครั้ง เพื่อเป้าหมายสู่การวางยุทธศาสตร์เสริมแกร่งให้กับแฟรนไชส์ไทย เตรียมพร้อมต้อนรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 โดยหวังว่า มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจแฟรนไชส์ไทยทั้งระบบปีนี้จะทะลุ 2 แสนล้านบาทได้ เมื่อเทียบจากตัวเลขปี 2553 ทำได้แค่ 1.6 แสนล้านบาท
บรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ว่า ปีนี้ จะเน้นส่งเสริม 78 กลุ่มธุรกิจหลัก อาทิ ธุรกิจบริการ สปา นวดแผนไทย สุขภาพ ขนส่ง ค้าปลีกค้าส่ง และแฟรนไชส์ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดรวม
“ปัญหาของแฟรนไชส์ก็เหมือนเอสเอ็มอีทั่วไป ที่มีจุดอ่อน คือ ระบบบริหารจัดการและมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจ อันนี้คือเป้าหมายหลักที่กรมจะเข้าไปพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ”
แนวทางการทำงานที่วางไว้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ พัฒนาจากข้างนอก อาทิ ปรับปรุงร้านค้า สร้างภาพลักษณ์ แบรนด์ และพัฒนาจากข้างใน เช่น ระบบบริหารจัดการ ตลาดและระบบขนส่งสินค้า เพื่อให้ต้นทุนต่ำลง รายได้สูงขึ้น
รูปแบบการพัฒนาจะประกอบด้วยบันได 3 ขั้น ซึ่งใช้ได้กับทุกธุรกิจ ประการแรก คือ สร้างองค์ความรู้ ทั้งแนวลึกและกว้าง เช่น อบรมแฟรนไชส์แบบบีทูบี หรือ คลินิกธุรกิจรายสาขา 2.สร้างเกณฑ์มาตรฐาน ทดสอบสถานประกอบการและออกใบรับรองคุณภาพ
ตั้งแต่ปี 2552-2555 มีผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ผ่านเกณฑ์ข้างต้นราว 80 ราย ปีนี้ตั้งเป้าผ่านเกณฑ์อีก 50 ราย รวมเป็น 130 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% จากผู้ประกอบการทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนกับกรม 271 ราย
แผนบันได้ขั้นสุดท้าย คือ การผลักดันผู้ประกอบการบุกตลาดต่างประเทศ (โกอินเตอร์) ด้วยการสร้างช่องทางตลาด โชว์ศักยภาพในต่างประเทศ ไม่ใช่แค่เออีซี แต่ไปทั่วโลก ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทยไปบุกตลาดแล้ว 27 ประเทศ จาก 15 ธุรกิจ จาก 5 กลุ่ม อาทิ อาหาร แบล็คแคนยอน, นีโอ สุกี้, ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแม่ศรีวรรณ
ธุรกิจบริการ ได้แก่ โมลี แคร์ ล้างรถ การศึกษา อาทิ สมาร์ทเบรน, สมาร์ท อิงลิช ธุรกิจความงามและสปา อาทิ พัชรสปา, สปา ออฟ สยาม, กรีนทัช สุดธนา และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก อย่างอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ และวงษ์พาณิชย์ เป็นต้น
บรรยงค์ กล่าวว่า ปีนี้จะผลักดันให้มีผู้ประกอบการผ่านเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานอีก 50 ราย และนำบุกตลาดต่างประเทศ ด้วยการสร้างช่องทางการค้าใหม่ๆโดยในเดือน เม.ย.จะบุกตลาดเกาหลี และส่งเสริมการค้าบนออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซด้วย
ในส่วนของการเปิดเออีซี กรมฯ เตรียมสร้างคลังข้อมูลอาเซียน สร้างอาเซียน ฟาสต์แทรค เลน พัฒนากฎ ระเบียบ ช่องทางและสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการให้บุกตลาดได้ง่ายขึ้น
“กรมฯ จะพิจารณาความจำเป็นของการมีกฎหมายแฟรนไชส์อีกครั้ง เพราะหลายครั้งการออกกฎหมายไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ กลับทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ” บรรยงค์ ระบุ







