posttoday
เวิร์คพอยท์ ลั่นกลองรบ ขอชิง 2 ช่อง ทีวีดิจิตอล

เวิร์คพอยท์ ลั่นกลองรบ ขอชิง 2 ช่อง ทีวีดิจิตอล

14 มีนาคม 2556

หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เคาะราคาประมูลทีวีดิจิตอลออกมา คือ เด็ก 100 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ ช่องประเภทข่าว 250 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ ช่องรายการประเภททั่วไป 500 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ และช่อง HD สูงสุดไม่เกิน 3,000 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ ผู้ประกอบการหลายรายถึงกับส่ายหน้า เพราะเห็นว่าราคาแพงเกินไป

หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เคาะราคาประมูลทีวีดิจิตอลออกมา คือ เด็ก 100 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ ช่องประเภทข่าว 250 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ ช่องรายการประเภททั่วไป 500 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ และช่อง HD สูงสุดไม่เกิน 3,000 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ ผู้ประกอบการหลายรายถึงกับส่ายหน้า เพราะเห็นว่าราคาแพงเกินไป

เช่นเดียวกับ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ที่ออกมาบอกว่าราคานี้ยังสูงเกินไป แต่ยังสนใจร่วมสู้ศึกครั้งนี้ โดยจะขอชิงช่องรายการ นั่นก็คือ ช่องวาไรตี ผ่านช่องเวิร์คพอยท์ ทีวี ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปีที่ผ่านมา

ขณะที่อีก 1 ช่องที่เตรียมส่งเข้าประกวด ช่องเด็กและครอบครัว ผ่านช่อง 6 ที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้จับมือกับ พีเอสไอ โฮลดิ้ง ตั้งบริษัท พรีไซซ์ บรอดคาสติ้ง รุกธุรกิจทีวีดาวเทียมไปแล้ว

การที่เวิร์คพอยท์เลือกที่เข้าประมูลทีวีดิจิตอลในช่องวาไรตี ช่องเด็กและครอบครัว เพราะรูปแบบรายการดังกล่าวถือว่าเวิร์คพอยท์มีความแข็งแกร่งในรายการประเภทนี้อยู่มาก และผู้ชมมีความคุ้นเคยในรายการต่างๆ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่องของฟรีทีวี ที่ปัจจุบันออกอากาศทางช่อง 3 ช่อง 5 และช่อง 9

ส่วนรูปแบบของช่องที่จะเข้าร่วมประมูลยังไม่สรุปว่าจะประมูลช่องรายการในช่องเอชดี (ความละเอียดสูง) หรือช่องเอสดี (มาตรฐาน) รวมถึงงบประมาณที่ต้องลงทุน ต้องรอดูความชัดเจนของ กสทช.ว่าสรุปแล้วราคาประมูลเริ่มต้นจะหยุดที่เท่าไร และค่าโครงข่ายต้องจ่ายอีกเท่าไร จึงจะสามารถนำมาสรุปรายละเอียดทั้งหมดได้

ปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีกระแสเงินสดอยู่ในมือปีละประมาณ 300400 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการลงทุนในทีวีดิจิตอล ซึ่งหากต้องใช้เพิ่มบริษัทก็มีช่องทางที่จะหาเม็ดเงินนำมาลงทุนในธุรกิจนี้ แต่ตอนนี้อยากให้ กสทช.มีความชัดเจนในเรื่องของการประมูล เพราะเป็นเรื่องเดียวที่รอในตอนนี้

ในด้านของความพร้อมตอนนี้ เวิร์คพอยท์มีความพร้อมเกือบ 100% พร้อมเดินหน้าทันที เพราะจากประสบการณ์การทำงานมา 24 ปี ทำให้มีความพร้อมด้านบุคลากรที่มีอยู่กว่า 500 คน ความพร้อมด้านคอนเทนต์ เช่นเดียวกับตัวอาคารสำนักงาน และสตูดิโอ ซึ่งมีแผนที่จะขยายการลงทุนเพิ่มจากที่มีอยู่ 8 สตูดิโอ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 100 ล้านบาท แต่ถ้าทุกอย่างสำเร็จการประมูลทีวีดิจิตอลได้ชัยชนะก็เตรียมขยายสตูดิโอใหม่เพิ่มอีกจำนวน 8 สตูดิโอ บนพื้นที่ใกล้เคียงกับสตูดิโอเดิม ซึ่งยังมีพื้นที่เหลืออีกประมาณ 3 ไร่จากพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 25 ไร่

สำหรับในส่วนของงบการลงทุนสตูดิโอใหม่ ปัญญา กล่าวว่า อาจใช้งบลงทุนไม่สูงเท่ากับการสร้าง 8 สตูดิโอเดิมที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งใช้ไปที่ประมาณ 500600 ล้านบาท เนื่องจากมีการวางโครงสร้างพื้นฐานไว้หมดแล้ว หากมีการลงทุนใหม่อาจใช้งบเพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น

ทั้งนี้ ในอนาคตเวิร์คพอยท์ได้วางแผนธุรกิจในอนาคตไว้ว่าจะดำเนินธุรกิจฟรีทีวี และแซทเทลไลท์ทีวี ไปแบบคู่ขนานด้วยกัน จากปัจจุบันเวิร์คพอยท์มีรายได้จากแซทเทลไลท์ทีวีเพียง 140 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่รายได้หลักจากธุรกิจทีวีที่มีมูลค่า 1,500 ล้านบาท ยังคงมาจากฟรีทีวี

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เวิร์คพอยท์ต้องปรับแผนหันมารุกธุรกิจแซทเทลไลท์ทีวีมากขึ้น นอกจากเพื่อรองรับทีวีดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งทางออกในการเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร จากปัจจุบันรายการที่ออกอากาศในช่องฟรีทีวีค่อนข้างอิ่มตัว

ปัจจุบัน เวิร์คพอยท์มีรายการที่ผลิตเองและรับจ้างผลิตรวมทั้งหมด 20 รายการ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวนรายการเพียง 17 รายการเท่านั้น และในอนาคตจะผลิตรายการใหม่ๆ ออกอากาศผ่านช่องทีวีดิจิตอลอีกด้วย

ส่วนราคาโฆษณาในทีวีดิจิตอลนั้นจะสูงกว่าแซทเทลไลท์ทีวี แต่ไม่สูงถึงฟรีทีวี ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม จากสถิติของการทำทีวีดิจิตอลในต่างประเทศ ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีจากอะนาล็อกมาเป็นดิจิตอล แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งแต่ละปีทั้งในด้านของผู้ชมและการขายโฆษณาจะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ยกตัวอย่างจากการวิเคราะห์ข้อมูลของ Conseil superieur de l’audiovisuel (CSA) เผยข้อมูลสัดส่วนการรับชมรายการดิจิตอลภาคพื้นดิน ซึ่งมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีเฉลี่ยที่ 45% ในส่วนของช่องรายการใหม่ ขณะที่รายการเดิมก็มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในอัตราส่วนเดียวกัน เช่นเดียวกับส่วนแบ่งค่าโฆษณาของช่องรายการดิจิตอลภาคพื้นดิน ซึ่งมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยที่ปีละประมาณ 67% ในส่วนของรายใหม่ ขณะที่รายการเก่าก็ปรับตัวลดลงอัตราส่วนใกล้เคียงกัน

ด้วยเหตุนี้เวิร์คพอยท์จึงมั่นใจว่า หากได้ชัยชนะจากการประมูลทีวีดิจิตอลน่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ากระเป๋าเพิ่มขึ้นจากการผลิตรายการใหม่ และส่งผลให้ถึงจุดคุ้มทุนภายใน 3 ปีสำหรับการลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิตอล ซึ่งช่วงเวลานั้นรายได้ในส่วนของฟรีทีวีและทีวีดิจิตอลจะควงคู่ขนานกันไป

แม้ว่าสถานการณ์ของการกำหนดกรอบการประมูลทีวีดิจิตอลจะยังไม่นิ่ง แต่จากกรอบคร่าวที่ทาง กสทช.ได้กำหนดออกมาในครั้งล่าสุดนี้ ด้วยการแบ่งสัดส่วนช่องรายการทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจจากจำนวน 24 ช่องใหม่ แบ่งเป็น ช่องรายการประเภทเด็ก เยาวชน และครอบครัวเดิมมี 5 ช่อง ปรับเป็นเหลือ 3 ช่อง

ช่องรายการประเภทข่าวจากเดิมมี 5 ช่อง ปรับเป็น 7 ช่อง ช่องรายการประเภททั่วไปจากเดิม 10 ช่องปรับเป็น 7 ช่อง และช่องเอชดีรายการทั่วไปจาก 4 ช่องเป็น 7 ช่อง น่าจะพอให้ผู้ที่สนใจคิดคำนวนวางแผนธุรกิจได้คร่าวๆแล้วว่าต้องการช่องไหน และต้องเตรียมงบลงทุนครั้งนี้ประมาณเท่าไหร่สำหรับการสู้สึกประมูลในครั้งนี้.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท