
เอไอจีฟื้นตัวขอโตปีละ15%
ติดต่อกัน 5 ปีมั่นใจเศรษฐกิจไทยยังแกร่งยันแยก 2 บริษัทไม่ควบรวมธุรกิจ
ติดต่อกัน 5 ปีมั่นใจเศรษฐกิจไทยยังแกร่งยันแยก 2 บริษัทไม่ควบรวมธุรกิจ
เอไอจี ประกันภัย ตั้งเป้าโตปีละ 15% ติดต่อกัน 5 ปี มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง
นายโรนัลด์ เอ ฮิวดอน ประธานกลุ่มเอไอจี ประเทศไทย และผู้จัดการสำนักงานประเทศไทย บริษัท นิวแฮมเชอร์ อินชัวรันส์ เปิดเผยว่า ในปีนี้กลุ่มเอไอจีตั้งเป้าขยายธุรกิจประกันภัยในไทยของทั้งสองบริษัท ให้เติบโตปีละ 1516% ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี หรือจนถึงปี 2560 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีการเติบโตอยู่ที่ 22%
สำหรับปัจจัยที่ทำให้เชื่อมั่นว่าธุรกิจประกันภัยไทยจะเติบโตค่อนข้างสูงต่อไป มาจากการลงทุนทางตรงของนักลงทุนต่างประเทศ การบริโภคภายในประเทศและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ที่แต่ละโครงการจะต้องการประกันภัยเข้าไปคุ้มครอง จะกระตุ้นให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพี ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งจะทำให้ความต้องการบริโภคประกันภัยเพิ่มสูงขึ้น และผลักดันให้ธุรกิจประกันภัยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเบี้ยประกันภัยจะเติบโตเป็น 2 เท่าของจีดีพี
นายฮิวดอน กล่าวว่า ส่วนผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา นิวแฮมเชอร์และเอไอจีมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 3,660 ล้านบาท ซึ่งนิวแฮมเชอร์เน้นรับประกันภัยลูกค้ารายใหญ่ เช่น การประกันภัยพิบัติที่มีกำลังความสามารถในการรับความเสี่ยงภัยไว้เอง 4.5 หมื่นล้านบาทต่อลูกค้า 1 ราย โดยไม่ต้องทำประกันภัยต่อ ซึ่งปีที่ผ่านมาได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วมปลายปี 2554 ไปแล้ว 97% ของจำนวนรายทั้งหมด
ทั้งนี้ หลังจากที่กลุ่มเอไอจีซึ่งเป็นบริษัทแม่ในสหรัฐแก้ปัญหาทางการเงินเสร็จ
และสามารถคืนเงินช่วยเหลือจากทางการสหรัฐแล้วทั้งหมดประมาณ 5.5 ล้านล้านบาท พร้อมผลตอบแทนที่ให้กับทางการสหรัฐฯอีก 2 หมื่นล้านเหรียญ หลังจากนั้นทางกลุ่มเอไอจี ได้ทำการเปลี่ยนชื่อบริษัท ชาร์ทิส ในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เริ่มจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และมาเอเชีย เป็นเอไอจี (AIG) ซึ่งของไทยเปลี่ยนชื่อไปแล้วเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ส่วนบริษัท นิวแฮมเชอร์ อินชัวรันส์ ที่เป็นสาขาของบริษัทแม่ในไทย จะเปลี่ยนชื่อให้มีคำว่าเอไอจีอยู่ในชื่อด้วย คาดว่าเสร็จในปลายปีนี้
“ตอนนี้ฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยนิวแฮมเชอร์มีเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง หรืออาร์บีซีอยู่ที่ 503% และเอไอจีอยู่ที่ 900%” นายฮิวดอน กล่าว
ขณะที่ บริษัทเอไอจี จะรับประกันภัย ลูกค้ารายย่อยทั่วประเทศ แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ ลูกค้าธุรกิจ กับลูกค้ารายบุคคล สัดส่วน 50:50 และจะยังรักษาระดับสัดส่วนการรับประกันภัยไว้ในระดับนี้ต่อไป โดยปีนี้ ได้ลงทุนทำระบบพิจารณารับประกันภัยผ่านออนไลน์ และ ออกกรมธรรม์ผ่านออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเงิน 100 ล้านบาท เน้นเจาะฐานลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ เพราะมั่นใจว่าจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ จะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีได้ประโยชน์และสามารถขยายธุรกิจได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน แต่ในระยะยาวมั่นใจว่าธุรกิจกลุ่มนี้จะยังได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ
และเน้นการเติบโตจากภายในเอง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ปิดโอกาสในการที่จะซื้อบริษัทอื่นๆ หากจังหวะเหมาะสมและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ส่วนรายละเอียดของงบการเงินยังไม่สามารถเปิดเผยได้ขณะนี้ เพราะต้องรอการตรวจสอบก่อนน่าจะประกาศได้ประมาณเดือนเม.ย."นายฮิวดอน กล่าวว่านายฮิวดอน กล่าวว่า







