posttoday
รายย่อยเข้าตลาด

รายย่อยเข้าตลาด

13 มีนาคม 2556

ซื้อขาย 8.6 หมื่นล. สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งวัยทำงานแห่เปิด 4 หมื่นบัญชี

ซื้อขาย 8.6 หมื่นล. สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งวัยทำงานแห่เปิด 4 หมื่นบัญชี

รายย่อยชี้นำตลาด มูลค่าซื้อ-ขายพอง 8.6 หมื่นล้านบาท วัยทำงานแห่เปิดบัญชี 4 หมื่น

ตลาดหุ้นวันที่ 12 มี.ค. ดัชนีแกว่งตัวมาปิดตลาดที่ระดับ 1,576.68 จุด ลดลง 0.97 จุด หรือ 0.06% มูลค่าการซื้อขาย 86,277.65 ล้านบาท นับว่ามูลค่าทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หากไม่นับวันที่มีการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2549 ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายถึง 9.4 หมื่นล้านบาท

นักลงทุนในประเทศและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขาย 1,232 ล้านบาทและ 655 ล้านบาท ด้านนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิ 571 ล้านบาท และ 1,316 ล้านบาท ตามลำดับ

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มีความน่าสนใจ โดยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากศักยภาพการทำยอดขายและกำไรรวมของบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้นับจากต้นปี 2556 ที่ผ่านมามีบัญชีใหม่เกิดขึ้นแล้วร่วม 4 หมื่นบัญชี

ขณะที่สัดส่วนของผู้ลงทุนบุคคลซื้อขายโดยเฉลี่ย 62% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

ผลการวิจัยพบว่า 70% ของผู้เปิดบัญชีใหม่มีอายุระหว่าง 2640 ปี ซึ่งอยู่ในวัยทำงาน โดยตลาดหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์พันธมิตรยังคงเดินหน้าจัดโครงการรณรงค์ต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งในทักษะการลงทุนในกลุ่มผู้ลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการซื้อขายในสัดส่วนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญในตลาดหลักทรัพย์ไทย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ เปิดตัวโครงการ “Your 1st Stock : เริ่มด้วยหุ้น ลงทุนอย่างคุณภาพ” เพื่อช่วย “มือใหม่ ตามหาหุ้นตัวแรก” และส่งเสริมให้สามารถลงทุนในหุ้นได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน พร้อมต่อยอดการขยายฐานผู้ลงทุนออนไลน์ผ่านโครงการ I’m Online Investor โดยหวังขยายฐานผู้ลงทุนออนไลน์หน้าใหม่ผ่านโครงการจำนวน 1.2 แสนบัญชี และเพิ่มจำนวนผู้ลงทุนมือใหม่ 7 หมื่นราย ภายในปี 2556

นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง ให้ความเห็นว่า หุ้นยังมีโอกาสขึ้นไปต่อได้อีกระยะหนึ่ง ยังไม่พบว่ามีสัญญาณฟองสบู่เกิดขึ้น เพราะดัชนีหุ้นที่สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มาจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากปี 2555 มีกำไรสุทธิถึง 7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2554 ที่มีกำไร 6 แสนล้านบาท ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ หากดูยอดการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติต่อวันอยู่ที่ระดับประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เทียบกับซื้อขายโดยรวมของตลาดอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท ถือว่านักลงทุนต่างชาติลงทุนตามปกติ สิ่งเหล่านี้ทำให้ไม่เชื่อว่าเกิดฟองสบู่ในตลาดหุ้น

“เหตุที่หุ้นพุ่งสูงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลดภาษีนิติบุคคลของรัฐบาลจาก 30% เหลือ 23% ทำให้กำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เติบโต 16% ถือว่ามากกว่าที่ควรจะเป็น และหุ้นจะวิ่งขึ้นไปต่อได้อีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าทางการจะมีการลดภาษีนิติบุคคลให้กับ บจ.ได้อีกหรือไม่ หากลดลงเหลือ 18% มีความเป็นไปได้จะเห็นดัชนีในระดับ 1,800 จุด” นายทนง กล่าว

นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ให้ความเห็นว่า ตลาดหุ้นไม่มีปัจจัยใหม่เชิงบวกเข้ามาเพิ่มเติม มีเพียงปัจจัยลบเดิมที่เป็นเรื่องใหญ่ยังคงอยู่ทั้งผลการเลือกตั้งอิตาลีที่ยังไม่ชัดเจน และการปรับลดงบประมาณของสหรัฐที่ยังค้างอยู่

หุ้นที่ราคาปรับขึ้นมามากแล้วเป็นโอกาสขายออกมาเพื่อล็อกผลกำไรของนักลงทุน จึงมีแรงขายทำกำไรออกมามากกว่าแรงซื้อ ดัชนีหุ้นแม้จะพยายามผ่าน 1,580 จุดไปให้ได้ แต่ในที่สุดก็ปรับลงมา

สำหรับแนวโน้มดัชนีหุ้นในวันที่ 13 มี.ค. ยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่เป็นเรื่องบวกเข้ามา และน่าจะถึงเวลาที่ตลาดจะปรับฐานรอบนี้แล้ว เพราะขึ้นมาเร็วมากในช่วงเวลาอันสั้น ซึ่งไม่เฉพาะหุ้นไทยแต่รวมถึงดัชนีดาวโจนส์ด้วย

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้เลือกลงทุนหุ้นพื้นฐานดี ทั้งบริษัททุนธนชาต (TCAP) ธนาคารเกียรตินาคิน (KK) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท