
พิษการเมืองทำดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนก.พ.ลดลง
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนก.พ. ปรับตัวลดลง จากระดับ 50.3 มาอยู่ที่ระดับ 46.5 เหตุจากปัญหาทางการเมือง ราคาน้ำมัน มาบตาพุด และภัยแล้งที่มาเร็วกว่าปกติ
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนก.พ. ปรับตัวลดลง จากระดับ 50.3 มาอยู่ที่ระดับ 46.5 เหตุจากปัญหาทางการเมือง ราคาน้ำมัน มาบตาพุด และภัยแล้งที่มาเร็วกว่าปกติ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประจำเดือนก.พ. 2553 ดัชนีปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 46.5 จากระดับ 50.3 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการลดลงทุกภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ ภาคการค้าส่งดัชนีปรับตัวลดลงอยู่ที่ 46.5 จาก 50.4 ภาคการค้าปลีก ดัชนีลดลงอยู่ที่ 46.1 จาก 50.4 และภาคบริการค่าดัชนีอยู่ที่ 46.8ท จาก 50.3 เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตนเอง ที่ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 40.5 และ 45.1 จากระดับ 51.8 และ 50.8 ตามลำดับ
สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้เดือนก.พ. มีค่าดัชนีลดลง มีผลมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง และการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มมีกระแสมากขึ้น นอกจากนี้ระดับราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ปัญหาโครงการมาบตาพุดที่ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน และปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายและกำไร ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความเชื่อมันในการประกอบธุรกิจลดลง
เมื่อพิจารณาแยกเป็นประเภทกิจการ พบว่า ภาคการค้าส่ง กิจการค้าส่งสินค้าเกษตร มีค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 44.7 จากระดับ 51.1 (ลดลง 6.4) ภาคการค้าปลีก กิจการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 45.1 จากระดับ 51.9 (ลดลง 6.8) ส่วนภาคบริการ ธุรกิจบริการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเป็นกลุ่มที่มีค่าดัชนีลดลงมากที่สุด โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคาร มีค่าดัชนีลดลงมากที่สุดในกลุ่มและมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับทุกธุรกิจที่ทำการสำรวจโดยอยู่ที่ 45.8 จากระดับ 53.6 (ลดลง 7.8) รองลงมาคือ โรงแรม เกสต์เฮ้าส์ บังกะโล ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 43.6 จากระดับ 50.3 (ลดลง 6.7) และธุรกิจบริการท่องเที่ยว ค่าดัชนีอยู่ที่ 45.1 จากระดับ 51.3 (ลดลง 6.2)
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 51.8 จากระดับ 51.1 และเป็นการเพิ่มขึ้นทุกภาคธุรกิจ โดยภาคการค้าส่ง ภาคการค้าปลีก และภาคบริการ ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 51.9 51.5 และ 52.1 จากระดับ 50.6 51.2 และ 51.1 ตามลำดับ
“แม้ว่าค่าดัชนีปัจจุบันจะลดลง แต่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้ายังคงเพิ่มขึ้นและอยู่ในระดับที่เกินกว่า 50 ในทุกประเภทกิจการ ซึ่งสะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าในระดับที่ดี โดยเห็นว่าปัจจัยเกื้อหนุนจะมาจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น การส่งออกในเดือนก.พ.ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และระดับราคาพืชผลทางการเกษตรทรงตัวในระดับสูง” นายยุทธศักดิ์ กล่าว







