posttoday
ตลาดรถอิเหนาบูม

ตลาดรถอิเหนาบูม

12 มีนาคม 2556

นอกเหนือจาก “ไทย” ที่ปวารณาตนเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาค หรือดีทรอยต์ ออฟ เอเชีย ดูเหมือนเพื่อนบ้าน “อินโดนีเซีย” กำลังมีบทบาทโดดเด่นมากในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งในแง่การผลิตและบริโภค

นอกเหนือจาก “ไทย” ที่ปวารณาตนเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาค หรือดีทรอยต์ ออฟ เอเชีย ดูเหมือนเพื่อนบ้าน “อินโดนีเซีย” กำลังมีบทบาทโดดเด่นมากในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งในแง่การผลิตและบริโภค

เพราะเศรษฐกิจแดนอิเหนาที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจำนวนประชากรที่มากกว่า 240 ล้านคน ย่อมหมายถึงกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นมหาศาลและหนุนส่งให้อินโดนีเซียกลายเป็นตลาดรถยนต์รายใหญ่สุดในอาเซียน

บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป ประเมินว่า คนชั้นกลางและกลุ่มฐานะดีในแดนอิเหนาน่าจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า แตะ 141 ล้านคน ภายใน 7 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 74 ล้านคน

ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ในอินโดนีเซียเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 26.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าในปี 2556 ยอดขายรถยนต์แดนอิเหนาน่าจะเพิ่มขึ้นในระดับเลข 2 หลัก หลังจากปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 25% ทะลุ 1.1 ล้านคัน

เมื่อปีที่แล้ว ในส่วนของไทย ทั้งอุปสงค์และอุปทานเพิ่มขึ้นมากหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 รวมถึงได้อานิสงส์จากการเมืองที่มีเสถียรภาพขึ้น และนโยบายรถคันแรก โดยไทยผลิตรถได้ 2.45 ล้านคัน ขายในบ้าน 1.44 ล้านคัน ส่วนที่เหลือส่งออก ขณะที่อินโดนีเซียผลิตรถ 1.12 ล้านคัน สำหรับป้อนตลาดในประเทศ ส่งออกราว 2.5 แสนคัน

น่าสนใจว่า การส่งออกรถของแดนอิเหนาเพิ่มขึ้น 40% หลักๆมาจากตลาดประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังฮิตรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก (Mini MultiPurpose Vehicles) ซึ่งแดนอิเหนาขึ้นชื่อในเรื่องการผลิตรถประเภทนี้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลอินโดนีเซียก็พยายามส่งเสริมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานต้นทุนต่ำ ผ่านมาตรการจูงใจต่างๆ อาทิ การลดภาษีเหลือศูนย์สำหรับการผลิตรถเครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี ที่สามารถวิ่งได้ระยะทาง 22 กิโลเมตรต่อการใช้น้ำมัน 1 ลิตร หรือรถขนาดเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี ที่สามารถวิ่งได้ระยะทาง 20 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร

แต่กำหนดให้การผลิตต้องใช้ชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มขึ้นจนคิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 80%

นอกจากนี้ ทางการอิเหนายังมีแผนยกเว้นภาษีการขายสินค้าหรู เพื่อผลักดันให้อินโดนีเซียเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นฮับรถยนต์รายใหม่ของโลก จากปัจจุบันที่เรียกเก็บภาษีหลายตัวจนทำให้ราคารถยนต์ไม่สามารถลดต่ำกว่า 100 ล้านรูเปียห์ (ราว 10,325 เหรียญสหรัฐ) ซึ่งเป็นระดับราคาที่ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่น่าจะเอื้อมถึง

ไม่นานมานี้ เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) เพิ่งกลับมาเดินสายผลิตรถเชฟโรเลตสไตล์เอ็มพีวีในอินโดนีเซียอีกครั้ง หลังพักไปนาน 8 ปี

ส่วนค่ายรถญี่ปุ่นก็เดินหน้าผลิตรถอีโคคาร์ในอินโดนีเซียแล้ว นำทัพโดยโตโยต้าและไดฮัทสุ ซึ่งเป็นขาใหญ่ในตลาดนี้มานานนับทศวรรษทั้งสองจับมือกับ แอสตร้า อินเตอร์เนชั่นแนล พันธมิตรในแดนอิเหนา พัฒนารถประหยัดพลังงานขนาดเล็ก ราคาประหยัด เช่นเดียวกับนิสสัน มอเตอร์ และค่ายทาทาที่เตรียมเปิดตัวรถประหยัดพลังงาน ราคาเบาๆในแดนอิเหนา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท