
ดอลลาร์ เชฟ คลับ ใช้ความฮาขายมีดโกนหนวด
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
หากย้อนมองบรรดาธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ต้องยอมรับว่าหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่เปรียบเสมือนกุญแจสู่ความสำเร็จ คือ การงัดกลเม็ดต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจเป็นที่จดจำในตลาดนั่นเอง เพราะท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือด การเป็นที่จดจำนั้นย่อมมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าไม่น้อย
และหนึ่งในวิธีสร้าง “แบรนด์ อะแวร์เนส” ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การสร้างโฆษณา ซึ่งทำได้หลากหลายวิธีทั้งการใช้ดาราคนดังเป็นพรีเซนเตอร์ การ สรรหาคำพูดหรือเพลงติดหู และแม้กระทั่ง “ความฮา”
ดังเช่นกรณีของ ไมเคิล ดูบิน ผู้ประกอบการหนุ่มชาวอเมริกัน เจ้าของ “ดอลลาร์ เชฟ คลับ” (Dollar Shave Club) บริษัทจำหน่ายมีดโกนหนวดสำหรับผู้ชาย ซึ่งปัจจุบันประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยสามารถระดมทุนได้ถึง 10.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 324 ล้านบาท) แม้จะเพิ่งเปิดตัวได้เพียงปีเดียวก็ตาม
“ผมเชื่อว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ก็เจอปัญหาเดียวกัน คือ เบื่อหน่ายกับการที่ต้องคอยซื้อมีดโกน” ดูบิน เผยที่มาของธุรกิจ
เจ้าตัวจึงตัดสินใจก่อตั้ง ดอลลาร์ เชฟ คลับ โดยจุดเด่นของบริษัทไม่ได้อยู่ที่การขายมีดโกน แต่คือการขาย “สมาชิก” โดยมี 3 แพ็กเกจให้ลูกค้าเลือกแบ่งตามคุณภาพมีดโกน คือ 1.มีดโกนธรรมดา ราคาเพียง 1 เหรียญสหรัฐต่อเดือน 2.มีดโกนคุณผู้ชาย 6 เหรียญสหรัฐต่อเดือน และ 3.มีดโกนผู้บริหาร ราคา 9 เหรียญสหรัฐต่อเดือน
เมื่อลูกค้าสมัครสมาชิก ทางร้านก็จะส่งด้ามโกนหนวดให้ 1 อัน รวมทั้งใบมีดอีก 5 อัน เป็นประจำทุกๆ เดือน โดยที่ลูกค้าสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแพ็กเกจได้ตลอดเวลา โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ
แน่นอนว่าการขายเพียงมีดโกนนั้น ไม่น่าจะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นเช่นนี้ได้ ดูบิน เล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การสร้างโฆษณาพร้อมอัพโหลดลงเว็บไซต์ยูทูบนั่นเอง โดยที่ผู้ประกอบการหนุ่มตัดสินใจใช้จุดขายของตัวเอง ซึ่งก็คือ “ความฮา”
ผลลัพธ์ที่ได้ คือ โฆษณาขายมีดโกนสุดแหวกแนวที่มีดูบินเป็นพรีเซนเตอร์
“คุณจะซื้อมีดโกนแพงๆ ราคา 20 เหรียญสหรัฐ ที่มี โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เป็นพรีเซนเตอร์ทำไม ในเมื่อตัวต้นทุนมันแค่ 1 เหรียญสหรัฐ ส่วนอีก 19 เหรียญสหรัฐนั้น ก็เข้ากระเป๋าเฟเดอเรอร์ ลองหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ของเราดีกว่า” ดูบิน กล่าวในโฆษณา ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าชมแล้วกว่า 7 ล้านคน
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวยังนำ โรซา พนักงานแพ็กสินค้าของบริษัทมาเล่นโฆษณาอีกด้วย เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่าการอุดหนุนดอลลาร์ เชฟ คลับ ช่วยสร้างงานได้จริง
“ก่อนหน้านี้เธอตกงาน แต่ตอนนี้เธอ” ดูบิน ถาม ก่อนที่โรซาจะตอบสั้นๆ ว่า “มีงานทำ”
เมื่อโฆษณาดังกล่าวดังพลุแตก นักลงทุนก็แห่ติดต่อดูบินเพื่อขอร่วมลงทุนทันที
อย่างไรก็ตาม ความตลกของดูบินก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ช่วยให้บริษัทประสบความสำเร็จ เพราะต้องไม่ลืมว่า ดอลลาร์ เชฟ คลับ นั้น ยังขายมีดโกนราคาถูกกว่าคู่แข่งค่อนข้างมาก ซึ่งสามารถทำได้เพราะบริษัทเลือกซื้อมีดโกนคุณภาพดีจากจีนและเกาหลีใต้ แต่ได้มาในราคาถูก เพราะไม่มียี่ห้อแบรนด์ติดกับตัวมีดโกนนั่นเอง
นอกจากนี้ ยังเลือกใช้ภาชนะที่เรียบง่ายอย่างซองกระดาษรีไซเคิลในการส่งสินค้าให้ลูกค้า พร้อมกับแนบข้อความน่ารักๆ จากบริษัท
ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานกว่า 20 คน และได้เข้าไปเจาะตลาดแคนาดาเรียบร้อยแล้ว ส่วนเป้าหมายต่อไปนั้นดูบินเล็งขยาย “โปรดักต์ ไลน์” โดยจะขายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวผู้ชายชนิดอื่นๆ เช่น มอยส์เจอไรเซอร์ เป็นต้น
“ในการทำธุรกิจ บางทีคุณไม่ต้องคิดเยอะหรอก แค่เป็นตัวของตัวเองก็พอแล้ว ใครจะคิดว่ามุขตลกๆ ของผมจะทำให้บริษัทดังขนาดนี้ได้” ดูบิน ฝากเป็นข้อคิด







