
ระบบโลจิสติกส์ไทย
งานนิทรรศการ “Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก” ที่กระทรวงคมนาคมจัดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 มี.ค. จนถึงวันนี้เป็นวันสุดท้าย (12 มี.ค.) ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นงานที่น่าสนใจ ดูแล้วจะได้ทราบว่าระบบการขนส่งทั้งทางบก น้ำ และอากาศ จากนี้ถึง 7 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หากทำได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ การเดินทางของพวกเราและต้นทุนการขนส่งของธุรกิจจะประหยัดเวลา ประหยัดน้ำมันในการเดินทาง และลดการเกิดอุบัติเหตุได้มากทีเดียว เศรษฐกิจในต่างจังหวัดที่วันนี้ว่าเจริญแล้วจะเจริญขึ้นอีก การค้าขายตามชายก็จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ประเทศไทยจะไม่ต้องพึ่งพาการเติบโตแต่เฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้นอีกต่อไป ขอเพียงแต่ทำให้ได้เท่านั้น
งานนิทรรศการ “Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก” ที่กระทรวงคมนาคมจัดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 มี.ค. จนถึงวันนี้เป็นวันสุดท้าย (12 มี.ค.) ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นงานที่น่าสนใจ ดูแล้วจะได้ทราบว่าระบบการขนส่งทั้งทางบก น้ำ และอากาศ จากนี้ถึง 7 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หากทำได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ การเดินทางของพวกเราและต้นทุนการขนส่งของธุรกิจจะประหยัดเวลา ประหยัดน้ำมันในการเดินทาง และลดการเกิดอุบัติเหตุได้มากทีเดียว เศรษฐกิจในต่างจังหวัดที่วันนี้ว่าเจริญแล้วจะเจริญขึ้นอีก การค้าขายตามชายก็จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ประเทศไทยจะไม่ต้องพึ่งพาการเติบโตแต่เฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้นอีกต่อไป ขอเพียงแต่ทำให้ได้เท่านั้น
เมื่อได้ไปดูนิทรรศการนี้ ดิฉันคิดว่า Theme การลงทุนในปีนี้ที่ได้พูดถึงไว้ตั้งแต่ต้นปียังใช้การได้อยู่ คือหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและการบริโภคที่เน้นไปต่างจังหวัด โดยประเด็นการลงทุนจะมาจาก 3 ประเด็นหลัก คือ 1) การลงทุนโดยเฉพาะจากภาครัฐจะมีบทบาทมากขึ้น จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท นอกเหนือไปจากงบลงทุนปกติ ส่งผลบวกกับกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง รวมถึงร้านค้าวัสดุ และกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ 2) การขยายความเป็นเมือง เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นการบริโภค การกระจายความเป็นเมืองไปสู่ชนบทมากขึ้น จึงส่งผลบวกต่อกลุ่มค้าปลีก หรือร้านค้าวัสดุก่อสร้างที่เน้นการขยายสาขาไปยังต่างจังหวัด กลุ่มที่อยู่อาศัยที่เน้นขยายโครงการไปในต่างจังหวัด และกลุ่มนิคมฯ 3) เศรษฐกิจของประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) มีแนวโน้มขยายตัวสูง และอยู่ในช่วงพัฒนาประเทศ จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจท่องเที่ยวและท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ และการค้าขายตามชายแดน
ทั้ง BGH และ ERW ตอบโจทย์ AEC ได้ดีที่สุดในกลุ่ม
ในสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้พูดถึงหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มบ้านและคอนโด เป็นกลุ่มที่น่าสนใจในปีนี้ วันนี้ขอพูดถึงกลุ่มการแพทย์และโรงแรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน สำหรับกลุ่มการแพทย์ เป็นที่ทราบกันดีว่าฝีมือของแพทย์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก อีกทั้งค่ารักษาพยาบาลในบ้านเรายังคงค่อนข้างถูกมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ถูกกว่าในสหรัฐเฉลี่ย 45 เท่า และถูกกว่าสิงคโปร์เฉลี่ย 3050% หุ้นในกลุ่มการแพทย์ที่มองแล้วโดดเด่นที่สุดคือ BGH จากกลยุทธ์การขยายเครือข่ายโรงพยาบาลไปทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าจำนวนโรงพยาบาลในเครือที่ 50 แห่งในปี 2558 จาก 30 แห่งในปัจจุบันซึ่งก็มีเครือข่ายทั่วประเทศอยู่แล้ว ทิ้งห่างคู่แข่งหลายปี (การขยายธุรกิจของ BH ค่อนข้างช้าในขณะที่ความสามารถในการรองรับผู้ป่วยในปัจจุบันใกล้เต็ม จึงเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตในอนาคต ส่วน BCH ยังคงมีเครื่องหมายคำถามต่อความสำเร็จของโรงพยาบาลใหม่ World Medical Center ที่แจ้งวัฒนะ เนื่องจากเป็นตลาดที่ BCH ไม่คุ้นเคย) ขณะที่เครือข่ายโรงพยาบาลที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีกลยุทธ์เพิ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาและทำให้ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์ของ FSS ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ BGH ไว้ที่ 170 บาทในปีนี้
สำหรับ ERW เพิ่งปรับมูลค่าตามพื้นฐานขึ้นเป็น 7.20 บาท หลังบริษัทปลดล็อก Book Value จากการขายโรงแรมเข้า Property Fundโดยการขายโรงแรม 2 แห่งคือโรงแรมไอบิสป่าตองและโรงแรมไอบิสพัทยาเข้ากองทุน ERWPF เป็นการแสดงมูลค่าทางบัญชีที่แท้จริงของสินทรัพย์ในงบการเงินและนำกระแสเงินสดดังกล่าวมาใช้ในการลงทุนต่อไปในอนาคต รวมถึงนำเงินส่วนหนึ่งจากการขายมาจ่ายเป็นผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นแทนที่จะปล่อยให้มูลค่าดังกล่าวนั้นซ่อนอยู่ในงบการเงิน เนื่องจาก ERW ใช้วิธีการบันทึกบัญชีด้วยวิธีราคาทุนและไม่เคยมีการตีราคาสินทรัพย์ ในส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น ยังคงเติบโตสดใส โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีน อินเดีย และรัสเซียที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก และมักพักโรงแรมระดับ 3 4 ดาว ซึ่ง ERW มีโรงแรมระดับ 34 ดาวในพอร์ตค่อนข้างมาก จึงตอบโจทย์ตลาดนักท่องเที่ยวและตลาด AEC ได้ดีที่สุดในกลุ่ม







