
ปตท.ตุนทุนจ่อเทกฯ
เตรียม 15% ของงบล้านล้านใน 5 ปี สผ.ยันซื้อโครงการที่มีผลตอบแทน 12%
เตรียม 15% ของงบล้านล้านใน 5 ปี สผ.ยันซื้อโครงการที่มีผลตอบแทน 12%
กลุ่ม ปตท.กันเงิน 15% ของเงินลงทุน 5 ปี 1 ล้านล้านบาท เล็งซื้อกิจการเมื่อมีโอกาสดีเข้ามา
นางณิชชา จิรเมธธนกิจ ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า งบลงทุนของกลุ่ม ปตท.ในช่วง 5 ปี ระหว่าง 2556-2560 กำหนดไว้ที่ 1 ล้านล้านบาทนั้น นอกจากจะเป็นการลงทุนปกติในธุรกิจน้ำมัน ขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมแล้ว ยังได้แบ่งสัดส่วนไว้ 15% เพื่อรองรับการซื้อกิจการหากเกิดโอกาสทางธุรกิจที่ดีเข้ามาในอนาคต
“การลงทุน 5 ปี ของ ปตท.เองจะอยู่ที่ 3.66 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้คิดเป็น 43% เตรียมไว้รองรับโอกาสในการซื้อกิจการในอนาคต ส่วนเงินลงทุนในปี 2556 จะอยู่ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท” นางณิชชา กล่าว
ทั้งนี้ ปตท.ตั้งเป้าหมายระยะยาว 3 ด้านด้วยกัน คือมี เติบโตอย่างยั่งยืน ขนาดใหญ่ และมีความแข็งแกร่ง ซึ่ง 2 ด้านแรก สามารถเข้าถึงเป้าหมาย โดยถูกนำไปคำนวณในดัชนีดาวโจนส์ Sustainability และติดอันดับ 100 บริษัทแรกของฟอร์จูน
ตอนนี้ ปตท.ยังขาดด้านความแข็งแกร่งซึ่งตั้งเป้าหมายต้องการจะติดใน 25 บริษัทแรกที่มีผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุนในทุกธุรกิจที่มีอยู่
สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจของ ปตท.ในปี 2556 นี้ คาดว่าปริมาณขายก๊าซจะโต 5% และปริมาณขายน้ำมันโต 3% ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจและส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายรถคันแรก
ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีคาดว่าจะมีปริมาณใกล้เคียงปีก่อน เพราะกำลังการผลิตใกล้เต็มแล้ว ส่วนภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นในปีนี้ บริษัทคาดว่าค่าการกลั่น (GRM) ของตลาดรวมน่าจะอยู่ที่ 67 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยการตั้งเป้าหมายธุรกิจบนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ ที่ 100-110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ด้านบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและบัญชี กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 3,000 ล้านเหรียญ ในจำนวนนี้เป็นไปเพื่อใช้ในการดำเนินงานและพัฒนาหลุมสำรวจที่มีอยู่ หลักๆ จะใช้ในไทยประมาณ 50% และพม่า กว่า 20%
งบลงทุนดังกล่าวยังไม่รวมการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งนโยบายการเข้าซื้อกิจการขณะนี้ จะมุ่งซื้อกิจการที่มีการผลิตแล้วหรือใกล้จะดำเนินการผลิต เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจและลดภาระทางด้านการเงิน เพื่อให้ผลตอบแทนเป็นไปตามที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งได้กำหนดไว้ว่าผลตอบแทนขั้นต่ำที่บริษัทรับได้ประมาณ 12% แต่หากโครงการไม่มีความเสี่ยง อาจยอมรับผลตอบแทนที่ลดลงมา หรือในระดับ 10%
อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากการลงทุนของ ปตท.สผ.ในอดีตที่ผ่านมานั้น สามารถทำได้ประมาณ 20% น่าจะติดใน 25 อันดับแรกเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมนี้
“บริษัทมีการศึกษาตลอดถึงตลาดที่มีความน่าสนใจเผื่อมีโอกาสดีๆ เข้ามา และหากได้สินทรัพย์ดีๆ ค่อยมาพิจารณาอีกที ส่วนจะเป็นทำเลใดยังไม่สามารถระบุได้ แต่ก็น่าจะเป็นภูมิภาคที่ได้เข้าไปลงทุนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นไทย พม่า ออสเตรเลีย แอฟริกา ส่วนพม่านั้นทางบริษัทได้เข้าไปซื้อสินทรัพย์จำนวนมากแล้ว ขณะนี้คงจะพยายามพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิผลมากขึ้นเช่น M3 และ M11” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว
สำหรับเป้าหมายยอดขายของ ปตท.สผ.ในปีนี้ยังคงระดับที่ 3.1 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน แม้ว่าโครงการมอนทาราจะยังไม่สามารถผลิตได้เนื่องจากติดพายุไซโคลนมาตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เพราะจะเร่งเพิ่มกำลังการผลิตจากแหล่งอื่นมาชดเชย เช่น โครงการ S1
สถาบันจัดอันดับ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศปรับเพิ่มอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ ของบริษัท ปตท. เป็น “BBB+” จาก “BBB” ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มตามอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของประเทศไทยในวันที่ 8 มี.ค. 2556
นอกจากนี้ฟิทช์ยังปรับเพิ่มอันดับเครดิตสากลระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศของ ปตท. เป็น “F2” จาก “F3” แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ







