
หวั่นนมเวียดนามทะลักไทย
ต้นทุกถูกกว่าโฟร์โมสต์ชี้หลังเออีซีเห็นแน่ทุ่มพันล้านเปิดโรงงานนมข้นในพม่า
ต้นทุกถูกกว่าโฟร์โมสต์ชี้หลังเออีซีเห็นแน่ทุ่มพันล้านเปิดโรงงานนมข้นในพม่า
โฟร์โมสต์หวั่นเปิดเออีซีนมเวียดนามทะลักเข้าไทย พร้อมทุ่มกว่า 1,000 ล้าน จ่อผุดโรงงานนมในพม่า เท500ล้านบาท เพิ่มความถี่ดื่มนมคนไทย สิ้นปีแชร์ 55%
นายชนินทร์ อรรจนานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมพร้อมดื่มโฟร์โมสต์ เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ คาดว่าจะทำให้นมพร้อมดื่มจากเวียดนามเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะนมวีนามิลค์ที่ใช้กลยุทธ์ราคาถูก
ทั้งนี้ เนื่องจากการผลิตนมพร้อมดื่มของเวียดนามมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า โดยนมดิบมีราคา 15-16 บาท/กิโลกรัม เทียบกับไทย 18 บาท/กิโลกรัม เนื่องจากรัฐบาลเวียดนามให้การสนับสนุนการทำอุตสาหกรรมนมอย่างจริงจัง สวนกระแสกับตลาดไทยที่การผลิตเริ่มลดลง เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนหรือส่งเสริมอาชีพ
“ในอนาคตหากต้นทุนการผลิตนมเวียดนามราคาถูกถึง 20% บริษัทก็พร้อมนำเข้านมจากเวียดนามมาทำตลาดในไทย ซึ่งในเวียดนามวีนามิลค์เป็นแบรนด์ใหญ่ครองตลาดอันดับหนึ่ง ส่วนโฟร์โมสต์เป็นอันดับสอง” นายชนินทร์ กล่าว
สำหรับแผนการทำตลาดอาเซียนอีก 12 ปี นับจากปีนี้ บริษัทจะบุกตลาดพม่า โดยใช้งบกว่า 1,000 ล้านบาท สร้างโรงงานนมข้นหวานทำตลาดก่อน เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่และสร้างโรงงานนมพร้อมดื่มเป็นเฟสที่ 2 ขณะที่ลาวและกัมพูชา เป็นเพียง 2 ตลาดเท่านั้น ที่บริษัทไม่มีโรงงานในอาเซียน
นายชนินทร์ กล่าวถึงแผนตลาดในไทยว่า ปีนี้ทุ่มงบ 500 ล้านบาท เร่งขยายความถี่การดื่มนมคนไทยเพิ่มทุกกลุ่ม โดยในกลุ่มเด็กจะเน้นการสื่อสารเรื่องประโยชน์ที่ได้รับจากการดื่มนม ส่วนกลุ่มวัยรุ่น เน้นการออกสินค้าใหม่ที่ต้องอร่อย และสื่อสารถึงความสนุกสนาน เป็นต้นขณะที่สภาพการแข่งขันตลาดเครื่องดื่มในไทยรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะชาเขียวพร้อมดื่มที่เข้ามาช่วงชิงฐานลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นสูงมาก โดยขณะนี้พฤติกรรมการดื่มนมของไทยมีน้อย 14 ลิตรต่อคนต่อปี เมื่อเทียบอัตราการดื่มนมทั่วโลก 103 ลิตรต่อคนต่อปี และในเอเชีย60ลิตรต่อคนต่อปี
“หลังจากที่ไทยเบฟฯ เข้ามาถือหุ้นค่อนข้างมากในเอฟแอนด์เอ็น ขณะนี้ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวการทำตลาดนมพร้อมดื่มในไทย แต่มั่นใจว่าจะส่งผลกระทบต่อโฟร์โมสต์ในฐานะผู้นำตลาด โดยเอฟแอนด์เอ็นในไทยได้โฟกัสไปที่ตลาดนมข้นหวานเป็นหลักมากกว่า” นายชนินทร์ กล่าว
ล่าสุด ทุ่มงบ 400 ล้านบาท เพื่อให้สอดรับกับบริษัทแม่เนเธอร์แลนด์ที่มุ่งให้บริษัทดำเนินการตลาดรับผิดชอบสังคม หรือซีเอสอาร์ โดยมีแผน 4 ปี (25562560) ใช้งบ 100 ล้านบาท ปรับปรุงระบบการผลิตเพื่อลดการใช้พลังงานความร้อนและเย็น จากปัจจุบันโฟร์โมสต์เป็นบริษัทที่ได้รับอุตสาหรรมสีเขียว
สำหรับตลาดนมวัวพร้อมดื่มปีนี้มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท เติบโตกว่า 10% จากปีที่ผ่านมาโต 9% โดยผลประกอบการปีนี้บริษัทตั้งเป้าโต 10% หรือจากปีที่ผ่านมา 1.5 หมื่นล้านบาท และสิ้นปีนี้โฟร์โมสต์ตอกย้ำผู้นำตลาด โดยจะมีแชร์เพิ่มจาก 50% เป็น 55%







