
เน็ต 400 กิกะบิตรายแรกของโลก ทรฯ จับมือซิสโก้อัดแบนด์วิดท์
ความเร็วและความเสถียรของบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในย่านเดียวกัน แต่การเร่งลงทุนเพื่อพัฒนา ยกระดับการให้บริการก็เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางโทรคมนาคม เพื่อให้ศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ได้ร่วมมือกับบริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย ลงทุนหลักหลายร้อยล้านบาท เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายแรกของโลก ที่ติดตั้งขยายโครงข่าย เพิ่มแบนด์วิดท์สำหรับให้บริการเป็น 400 กิกะบิต/วินาที รองรับการใช้งานได้ไปอีกกว่า 2 ปีจากนี้
ความเร็วและความเสถียรของบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในย่านเดียวกัน แต่การเร่งลงทุนเพื่อพัฒนา ยกระดับการให้บริการก็เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางโทรคมนาคม เพื่อให้ศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ได้ร่วมมือกับบริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย ลงทุนหลักหลายร้อยล้านบาท เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายแรกของโลก ที่ติดตั้งขยายโครงข่าย เพิ่มแบนด์วิดท์สำหรับให้บริการเป็น 400 กิกะบิต/วินาที รองรับการใช้งานได้ไปอีกกว่า 2 ปีจากนี้
วสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไปของทรู อินเทอร์เน็ต เปิดเผยว่า โครงข่ายอินเทอร์เน็ตแบ็กโบน เป็นเหมือนโครงข่ายหลักที่ควบคุมความเร็วและคุณภาพการให้บริการ ซึ่งการลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์เป็น ซิสโก้ เน็กซัส 7000 เป็นการเพิ่มแบนด์วิดท์ จากเดิม 120 กิกะบิต/วินาที เป็น 400 กิกะบิต/วินาที เป็นการทำลายคอขวดที่เกิดขึ้นในบางช่วงเวลา และเป็นการรองรับบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น
ในช่วงพีกการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกค้าทรูทะลุ 100 กิกะบิต/วินาที ซึ่งถือว่าจะเกิดคอขวดทันที เพราะปกติแล้วปริมาณที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 60% ของความจุโครงข่ายทั้งหมด ถ้าขึ้นถึง 80% แปลว่าเต็มและต้องขยายแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาการขยายของทรูเพิ่มขึ้นเท่าตัว 23 ปีแล้ว แต่ในปีนี้เพื่อเป็นการรองรับอนาคต 23 ปี จึงลงทุนเพิ่ม 4 เท่าตัวเป็น 400 กิกะบิต/วินาที แต่เชื่อว่าในปีนี้จะมีการใช้อยู่ที่ประมาณ 200 กิกะบิตก่อน
เมื่อมีโครงข่ายที่พร้อมรองรับบริการแล้ว ทำให้ทรูสามารถเสนอบริการใหม่ให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ ในปีนี้ เช่น บริการคลาวด์ส่วนตัวคล้ายกับไอคลาวด์ของแอปเปิล บริการวิดีโอซึ่งถือเป็น 2 ใน 3 ของการใช้อินเทอร์เน็ตปัจจุบัน สอดคล้องกับการใช้งานโครงข่าย ซึ่ง 3 อันดับแรก คือ การบริโภควิดีโอ เช่น
ยูทูบ การค้นหาข้อมูลผ่านกูเกิล และการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น เฟซบุ๊ก ซึ่งกรุงเทพฯ เองก็ติดอันดับเมืองที่มีการใช้งานเฟซบุ๊กสูงที่สุดด้วย
จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการเตรียมทำตลาดลูกค้าองค์กรอย่างจริงจังมากขึ้น การเตรียมเปิดบริการใหม่ๆ อีกจำนวนมาก ทำให้ทรูตั้งเป้าการเติบโต 42% เป็นรายได้ 1,400 ล้านบาท และจะขึ้นเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตลูกค้าองค์กรอันดับหนึ่ง
ปัจจุบัน ทรู อินเทอร์เน็ต มีลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่กว่า 3,000 ราย และมีลูกค้าองค์กรรายย่อย เอสเอ็มอี กว่า 1 แสนรายทั่วประเทศ และลูกค้าทั่วไปหลายล้านราย การลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์ครั้งนี้จะช่วยให้ทรูพร้อมขยายโครงข่ายแบ็กโบนในอนาคตได้ง่ายขึ้น
ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทยและอินโดจีน กล่าวว่า การเติบโตของการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในอนาคต ผู้ใช้ 1 คนจะมีมือถือ 2 เครื่อง แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และไอพีทีวี การเตรียมโครงข่ายไว้เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งในประเทศไทยที่มีภาษาเป็นของตัวเองชัดเจน ทำให้คอนเทนต์ภายในประเทศมีจำนวนมากขึ้น ต้องการโครงข่ายขนาดใหญ่ขึ้นในการใช้งาน แม้แต่กูเกิล เฟซบุ๊ก และอีกหลายบริการก็มีภาษาไทยมารองรับ
ยิ่งกว่านั้นยังมีการเกิดขึ้นของบริการ 3จี และ 4จี ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ รวมกับโครงการสมาร์ตไทยแลนด์ที่ต้องมีโครงข่ายระดับชาติมาเป็นพื้นฐานรองรับ ดังนั้นการเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อขยายโครงข่ายแบ็กโบนของทรู จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีผลที่ดีต่อการเติบโตของการให้บริการและการพัฒนาประเทศ
“ความต้องการบริการวิดีโอ คลาวด์ และบริการด้านโมบาย จะผลักดันให้ผู้ใช้ทั้งองค์กรและทั่วไป ต้องการเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา และทำให้ผู้ให้บริการต้องลงทุนเพื่อพัฒนาโครงข่ายใหม่ให้เพียงพอกับความต้องการ และด้วยอุปกรณ์เน็กซัส 7000 พร้อมขยายโครงข่ายได้มากกว่า 400 กิกะบิต โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่อีก โดยมีอีกหลายประเทศสนใจอุปกรณ์นี้ เช่น เกาหลีใต้และญี่ปุ่น แต่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกที่มีการใช้งาน” ธัชพล กล่าว







