
บจ.ระดมทุนแค่7พันล.ไตรมาส1
ตลาดหลักทรัพย์ เผย ไตรมาสแรกเอกชนหาเงินผ่านตลาดหุ้นแค่ 7,000 ล้านบาท เหตุนิยมใช้ตลาดหุ้นกู้ หวังปีนี้ บจ.ระดมเงินมากขึ้นขยายธุรกิจหลังม็อบยุติ
ตลาดหลักทรัพย์ เผย ไตรมาสแรกเอกชนหาเงินผ่านตลาดหุ้นแค่ 7,000 ล้านบาท เหตุนิยมใช้ตลาดหุ้นกู้ หวังปีนี้ บจ.ระดมเงินมากขึ้นขยายธุรกิจหลังม็อบยุติ
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ พบว่ามีการระดมทุนผ่านตลาดทุนทุกรูปแบบ ทั้งการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพิ่มทุนเพียง 7,000 ล้านบาทเท่านั้น แม้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นขณะนี้จะดีขึ้นก็ตาม
“บจ.ระดมทุนไม่ค่อยมากและหันไปออกหุ้นกู้แทน เป็นเพราะในช่วงต้นปีหุ้นยังไม่ดีนัก ตอนนี้ดัชนีเพิ่งขึ้นมาเพียง 7% เท่านั้น” นายชนิตร กล่าว
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นปี 2553 น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นหากการชุมนุมทางการเมืองยุติ ทำให้ บจ.หันมาเร่งระดมทุนเพื่อนำไปขยายกิจการ เพราะได้ชะลอมาเป็นเวลา 3 ปี รวมถึงใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) ของ บจ.ที่ออกมาช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ อาจจะใช้สิทธิแปลงเป็นหุ้นหลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ในปี 2552 บจ.ระดมทุนผ่านตลาดหุ้นเพียง 2.4 หมื่นล้านบาท ถือว่าต่ำสุดในรอบ 10 ปี และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เอกชนออกหุ้นกู้สูงเกือบ 1 ล้านล้านบาท
นายชนิตร กล่าวอีกว่า หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กมีหลายตัวที่น่าสนใจ เมื่อพิจารณาข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. พบว่าหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี (บุ๊กแวลู) ถึง 244 บริษัท จากที่เคยไปสูงสุดถึง 300 ตัว เมื่อปี 2551 เพราะนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่หลังจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิต่อเนื่อง ทำให้ราคาหุ้นขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น
“ผมเชื่อว่าหุ้นกลุ่มเกษตรน่าจะได้รับความสนใจจากราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มสูง และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ย้ายจากหมวดการเกษตรไปหมวดอาหารและเครื่องดื่ม” นายชนิตร กล่าว
ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติได้ซื้อสุทธิหุ้นไทยติดต่อกัน 29 วัน (22 ก.พ.-2 เม.ย. 2553) รวมทั้งสิ้น 54,718 ล้านบาท โดยอยู่อันดับ 4 ของสถิติการซื้อสุทธิของต่างชาติ
ทั้งนี้ อันดับ 1 คือ ในปี 2541 ต่างชาติ ซื้อติดต่อกันสูงสุดเป็นเวลา 52 วันทำการ รวมมูลค่าซื้อสุทธิ 3.6 หมื่นล้านบาท อันดับ 2 ในปี 2548 ซื้อติดต่อกัน 41 วันซื้อสะสม 8 หมื่นล้านบาท และอันดับ 3 ในปี 2540 ซื้อติดต่อกัน 34 วัน มูลค่าซื้อสะสม 3.1 หมื่นล้านบาท







