
ทำไมธุรกิจครอบครัวไทยจึงไม่สนใจวางแผนสืบทอด
โดย...วารุณี อินวันนา
โดย...วารุณี อินวันนา
เหตุการณ์ ตัวแทน นายหน้า เชิดเงินที่ลูกค้าจ่ายเบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันภัย เอาไปใช้ส่วนตัว ไม่นำส่งบริษัทเต็มจำนวน มีให้เห็นแล้วถึง 3 รายในช่วงไม่ถึง 3 เดือนแรก
ทั้ง 3 เหตุการณ์นี้ มีประชาชนได้รับความเสียหายในวงกว้างเป็นเงินประมาณ 188 ล้านบาท แม้จะเทียบไม่ได้กับเบี้ยรวมทั้งระบบ 5.69 แสนล้านบาท แต่ถือเป็นภัยต่อสังคม
เริ่มจากวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2 บก.ป. ร.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม จันทรัตน์ ภูกษิดิศ อายุ 37 ปี ขณะทำงานเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต รับเงินเบี้ยประกันชีวิตจากลูกค้ามาประมาณ 32 ล้านบาท แต่นำส่งบริษัทเพียง 5.4 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาปฏิเสธ
ต่อมา วันที่ 4 มี.ค. บริษัท บางกอกสหประกันภัย แจ้งว่า ได้ดำเนินคดีกับตัวแทนรายหนึ่ง เพราะไม่นำส่งเบี้ยประกันภัยคิดเป็นเงิน 131.41 ล้านบาท
ล่าสุด บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต แจ้งว่า จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ พิมพา คล้ามมี อายุ 33 ปี อดีตตัวแทนของบริษัท ที่ไม่นำเบี้ยประกันลูกค้าส่งบริษัท โดยทำการปลอมแปลงเอกสาร และใบเสร็จรับเงินของบริษัท รวมถึงล่อลวงเสนอการลงทุนรูปแบบอื่นๆ ให้กับลูกค้า
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตัวแทนของบริษัทได้ประสานงานพากลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์และดำเนินการเอาผิดต่อพิมพา ยังสถานีตำรวจในพื้นที่ รวมถึงเดินทางไปในพื้นที่เพื่อพูดคุยกับผู้เสียหายโดยตรง
ในเบื้องต้นมีข้อมูลว่า กรณีของพิมพาสร้างความเสียหายแก่ประชาชน 8-9 ราย เป็นเบี้ยประกันประมาณ 25 ล้านบาท
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 3 กรณี บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันภัยยืนยันจะให้ความคุ้มครองแก่ลูกค้าที่มีใบเสร็จรับเงิน และเป็นการเอาประกันภัยอย่างสุจริตใจ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน
ขณะที่ ประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ยืนยันว่า คปภ.ได้เข้าไปติดตามให้บริษัทประกันภัยและบริษัทประกันชีวิตดำเนินการดูแลผู้เอาประกันภัยให้ได้รับสิทธิตามกรมธรรม์อย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และสร้างความน่าเชื่อถือต่อธุรกิจประกันชีวิต
ลำดับถัดมาจะเข้าไปติดตามเป็นรายกรณี หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง คปภ.มีกฎเกณฑ์ลงโทษด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตตัวแทน เพื่อไม่ให้เข้าสู่อุตสาหกรรมประกันภัยได้อีกต่อไป
“ตัวแทนทั้งหมดประมาณ 3 แสนคน เมื่อเกิดเหตุการณ์ทุจริต เรายึดหลักการทำงานว่าสิทธิของประชาชนต้องมาก่อน ประชาชนต้องไม่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการทุจริตของตัวแทน” ประเวช กล่าว
เลขาธิการ คปภ.แนะนำว่า คปภ.และบริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต มีกฎเกณฑ์กำกับดูแลตัวแทนอย่างเต็มที่ แต่ประชาชนผู้เอาประกันภัยจะต้องดูแลตัวเองด้วยในเบื้องต้น นอกจากจะต้องมั่นใจว่าตัวแทนมีใบอนุญาตขายประกันภัยที่ถูกต้องแล้ว ต้องไม่หลงเชื่อการชักจูงให้ซื้อประกันโดยที่ข้อเสนอดีจนเกินความเป็นจริง
นอกจากนี้ หากพบความผิดปกติต้องรีบแจ้งบริษัทประกันภัยและบริษัทประกันชีวิต หากร่วมมือกันทั้ง 3 ส่วน คือ คปภ. บริษัทประกัน และประชาชน ในการร่วมกันตรวจสอบ จะช่วยป้องกันมิจฉาชีพไม่ให้แฝงตัวเข้ามาในรูปของตัวแทน หรือลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในวงกว้างได้







