posttoday
10 ปี ดูคาติย่างก้าวแห่งการเติบโต

10 ปี ดูคาติย่างก้าวแห่งการเติบโต

11 มีนาคม 2556

มองย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ด้วยความชอบด้านรถยนต์เป็นทุนในการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่บริษัทมียอดขายเพียง 10 คันต่อปี กับพนักงานเพียง 4 คน สำหรับบริษัท ดูคาทิสติ ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ “ดูคาติ” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของ “นัท” อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ จนกระทั่งถึงวันนี้กับยอดขาย 2,000 คัน เมื่อปี 2555 กับพนักงานหลายร้อยคนเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของดูคาติ

มองย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ด้วยความชอบด้านรถยนต์เป็นทุนในการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่บริษัทมียอดขายเพียง 10 คันต่อปี กับพนักงานเพียง 4 คน สำหรับบริษัท ดูคาทิสติ ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ “ดูคาติ” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของ “นัท” อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ จนกระทั่งถึงวันนี้กับยอดขาย 2,000 คัน เมื่อปี 2555 กับพนักงานหลายร้อยคนเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของดูคาติ

ส่วนยอดขายในปีนี้ถูกตั้งให้เติบโตในระดับ 20% จากเดิมที่หวังว่าจะโต 40% เพราะมีตัวแปรสำคัญอย่างการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตที่คิดคำนวณตามขนาดกระบอกสูบเครื่องยนต์ (ซีซี) ที่บริษัทได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะขนาดรถจักรยานยนต์ดูคาติ เป็นรถบิ๊กไบค์ ขนาดซีซีมีไม่น้อย นั่นหมายความว่าราคารถดูคาติก็ต้องขยับขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไม่ได้ปรับราคาดูคาติขึ้นตามภาษีที่ปรับขึ้น โดยรุ่นที่มีเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,000 ซีซี ปรับราคาเพิ่มขึ้น 24% จากที่จะต้องปรับขึ้น 8% และเครื่องยนต์ขนาดสูงกว่า 1,000 ซีซี ปรับราคาเพิ่มขึ้น 10-12% จากที่จะต้องปรับขึ้น 17%

ขณะที่สัดส่วนการจำหน่ายระหว่างรถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,000 ซีซี กับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่กว่า 1,000 ซีซี อยู่ที่ 85% ต่อ 15% ตามลำดับ

“บริษัทได้แบกรับภาระไว้ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภค ซึ่งหลังจากนี้หากสถานการณ์ต่างๆ ไม่ดีขึ้นอาจจะต้องขอให้บริษัทแม่ ประเทศอิตาลี พิจารณาเรื่องการช่วยเหลือทางด้านราคา”

สำหรับภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 500 ซีซี ขึ้นไป ในปี 2556 จะมีอัตราเติบโตในระดับ 30-50% หรือประมาณ 8,000-1 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีจำนวน 5,000 คัน โดยมองว่าการแข่งขันในปีนี้จะสูงขึ้น เนื่องจากมีผู้จำหน่ายในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้จำหน่ายจากประเทศญี่ปุ่นที่มีการแข่งขันในตลาดระดับราคา 2-3 แสนบาทต่อคัน

สำหรับแผนขยายศูนย์จำหน่ายและบริการในปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 4 แห่ง โดยใช้เงินลงทุนรวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนโดยบริษัทเอง 1 แห่ง บนถนนวิภาวดีรังสิตมูลค่าลงทุน 60 ล้านบาท บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ในรูปแบบศูนย์จำหน่ายและบริการครบวงจรประกอบด้วย สนามทดลองรถ ศูนย์บริการมาตรฐาน โชว์รูม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3/2556 ซึ่งส่งผลให้ศูนย์ฯ ดังกล่าวจะยกระดับขึ้นเป็นศูนย์ฯ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ของเอเชีย

ทั้งนี้ ทั้งนี้ ทิศทางภาพรวมตลาด ออโตโมบิล ในแถบทวีปยุโรป มีอัตราจำหน่ายลดลง 30% และ สหรัฐอเมริกา ลดลง 10 15% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งสำหรับบริษัทแม่ในประเทศอิตาลีมองว่าอัตราการเติบโตในเอเชียมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น โดยสัดส่วนยอดจำหน่ายของเอเชียอยู่ที่ 15% ของยอดขายรวมทั่วโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมาเอเชียมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับ 200% และประเทศไทยเป็นประเทศที่มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ซึ่งบริษัทแม่ให้ความสำคัญกับประเทศไทยที่เป็นประเทศหนึ่งในการสนับสนุนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับประชากรเอเชีย

ส่วนการทำกิจกรรมทางการตลาดของบริษัทในปีนี้ จะมุ่งเน้นการเจาะกลุ่มให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น (บีโลว์เดอะไลน์) ด้วยวิธีจัดฝึกอบรมให้กับผู้ขับขี่ เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน พร้อมการให้ความรู้ความเข้าใจเสริมทักษะการขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ พร้อมการให้ประสบการณ์ใหม่ๆ แก่ผู้ขับขี่ ภายใต้โครงการ “Be Safe Be Cool” โดยผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์ขับขี่กว่า 10 ปี จาก ดูคาติ ไทยแลนด์ และนักแข่งระดับแชมป์ของดูคาติ อิตาลี

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน