
กฟผ.ควักค่าน้ำมัน700ล
.ก๊าซฯพม่าหยุดค่าเชื้อเพลิงพุ่งดึงน้ำมันเตาดีเซลเสียบแทน
โพสต์ทูเดย์
— กฟผ.แจงก๊าซฯ พม่าหยุดจ่ายค่าเชื้อเพลิงเพิ่ม 600700 ล้านบาท กระทบค่าไฟเล็กน้อยนายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้แหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานา จากสหภาพพม่า ได้จ่ายก๊าซฯ เข้าระบบตามปกติแล้วตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กฟผ.ต้องใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงทดแทนซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาประมาณ 600700 ล้านบาท น้อยกว่าที่คาดไว้จะใช้เงินในส่วนนี้กว่า 1,800 ล้านบาท
นอกจากนี้ ทางพม่าได้จ่ายก๊าซฯ เข้าระบบเร็วกว่ากำหนด จากเดิมที่มีแผนหยุดผลิตตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.1 เม.ย. เพื่อก่อสร้างท่อก๊าซและติดตั้งอุปกรณ์บนแท่นผลิต โดยทำปริมาณน้ำมันที่ใช้ผลิตไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย ซึ่งตามแผนบริหารเชื้อเพลิงกำหนดไว้จะต้องใช้น้ำมันเตา 128 ล้านลิตร ก็ใช้เพียง 80 ล้านลิตร ส่วนน้ำมันดีเซล ใช้เพียง 10.5 ล้านลิตร จากแผนบริหารฯ จะต้องใช้ 16 ล้านลิตร ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
“
ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นจำนวนเงิน 600700 ล้านบาทเท่านั้น น้อยกว่าที่คาดไว้ มีปัจจัยสนับสนุนคือ 1.ทางพม่าจ่ายก๊าซฯ ได้เร็วกว่ากำหนด 2.อากาศไม่ร้อนอย่างที่คาดการณ์กันไว้ เนื่องจากมีพายุฤดูร้อนเข้ามาทำให้เกิดความเย็น และ 3.ปตท.เพิ่มการผลิตก๊าซฯ จากแหล่งอื่นๆ โดยภาพรวมเป็นเรื่องที่ดี” นายพิบูลย์ กล่าวอย่างไรก็ตาม แม้ว่าการผลิตไฟฟ้าจะเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้ามีอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง โดยสถิติปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ในเดือน มี.ค. เกิดขึ้น 5 ครั้ง ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มี.ค. อยู่ที่ 23,143 เมกะวัตต์แต่ยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้จะมีไฟพีคที่ระดับ 23,600 เมกะวัตต์ ในขณะนี้กำลังการผลิตไฟฟ้าเมื่อวันที่ 1 เม.ย. อยู่ที่ 22,800 เมกะวัตต์ เนื่องจากในหลายพื้นที่มีพายุฝนฤดูร้อนทำให้คลายบรรยากาศร้อนลงได้บ้าง หลังจากนั้นก็ปรับลดลงตามอากาศที่เย็นลงจากฝนตกและเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ตัวเลขพีกอยู่ที่ระดับ 22,800 เมกะวัตต์







