
ชาวนาแห่ร่วมประกันรายได้ พุ่ง6.4แสนราย
โพสต์ทูเดย์
— ชาวนายื่นเข้าโครงการประกันรายได้สูงถึง 6.4 แสนราย ยันไม่มีการสวมสิทธินายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงโครงการประกันรายได้เกษตรกร ว่า ขณะนี้มีเกษตรกรชาวนามาลงชื่อเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ และผ่านการตรวจสอบของประชาคมแล้วสูงถึง 6.4 แสนราย
ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงปลายปี (ธ.ค. 2552ม.ค. 2553) มีการปลูกข้าวนาปรังกันมาก เพราะข้าวราคาดีและผลประโยชน์ตกถึงมือเกษตรกรตัวจริง โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน
สำหรับเกษตรกรที่ทำนาสามารถเข้าร่วมโครงการสามารถแจ้งชื่อต่อกรมส่งเสริมฯได้พร้อมนำหลักฐานการทำนา หรือกรณีเช่าที่ก็สามารถใช้เอกสารที่เจ้าของที่รับรองมาได้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีการตั้งข้อสังเกตถึงกรณีเจ้าของที่นารายใหญ่ใช้วิธีการฮั้วกับเกษตรกรที่เช่าที่ดินเพื่อสวมสิทธิเข้าโครงการนั้น รัฐบาลได้หาแนวทางแก้ไขโดยกำหนดให้มีการตั้งประชาคมที่มาจากชุมชนเป็นกรรมการตรวจสอบ ก่อนที่จะผ่านไปทำสัญญากับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.).ในขณะที่อีกบางส่วนอยู่ระหว่างการตรวจสอบของประชาคม ซึ่งจำนวนเกษตรกรมากกว่าการประกันรายได้โครงการแรกที่มีเกษตรกรมาร่วมโครงการทั้งสิ้น 4.56 แสนราย ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านการตรวจสอบโดยประชาคมกันเองก่อนว่ามีการซ้ำซ้อนหรือแจ้งเท็จหรือไม่
“
เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนต้องผ่านการตรวจสอบของประชาคมก่อนจึงจะไปทำสัญญากับ ธ.ก.ส.ได้ซึ่งความล่าช้ามีแน่นอนเพราะต้องการให้ชัดเจนโปร่งใสซึ่งก็ต้องเคารพการตรวจสอบของคณะกรรมการประชาสังคมที่เป็นคนในพื้นที่ ซึ่งตามเงื่อนไขเกษตรกรเข้าร่วมโครงการได้ครอบครัวละ 1 ราย ไม่ใช่ทุกคนในครอบครัวก็จะมาขึ้นทะเบียนได้ ซึ่งแม้ว่าในแต่ละท้องที่กำนัล ผู้ใหญ่บ้านจะรับรองมาแล้วก็จะต้องผ่านการตรวจสอบโดยประชาคมอยู่ดี เพราะฉะนั้นหากพบว่าใครแจ้งเท็จจะถูกลงโทษไม่ให้เข้าโครงการในรอบถัดไป” นายอรรถ กล่าว






