
ศรีรัตน์ รัษฐปานะ เฟอร์นิเจอร์ไทยสู่ไฮเอนด์
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ถือเป็นกลุ่มหลักที่ได้รับผลกระทบหลายด้าน นับตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐอเมริกา ลามมาจนถึงยุโรป และเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาท เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้แรงงานเข้มข้น
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ถือเป็นกลุ่มหลักที่ได้รับผลกระทบหลายด้าน นับตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐอเมริกา ลามมาจนถึงยุโรป และเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาท เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้แรงงานเข้มข้น
ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานผู้สนับสนุน มองเห็นสภาพการณ์ของธุรกิจ และมีคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการให้เดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง พร้อมรับโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้
สำหรับสถานการณ์การส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในปี 2555 ที่ผ่านมา มีมูลค่า 1,142 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท ถึงแม้ช่วงปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยได้ฟื้นตัวแล้ว แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในตลาดโลกและตลาดส่งออกหลักยังไม่ดีขึ้น ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นด้วยปัญหาค่าจ้างแรงงานและราคาไม้ยางพาราที่ไม่แน่นอน
ทั้งนี้ กรมคาดการณ์เป้าหมายการส่งออกปีนี้จะมีมูลค่า 1,150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่ยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม มองว่าผู้ประกอบการมีโอกาสใหม่จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อมปรับตัวเพื่อคว้าโอกาสดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นโอกาสจากการเปิดเออีซี แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัว เนื่องจากจะมีสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะจากเวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งที่น่าจับตามอง เพราะเป็นกลุ่มที่มีฐานการผลิตแบบ Mass Production
ขณะเดียวกัน มีหลายประเทศที่เป็นตลาดที่น่าสนใจในการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทย อาทิ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งในปี 2555 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไปในกลุ่มอาเซียนจำนวน 138 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,170 ล้านบาท
ศรีรัตน์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยควรต้องรู้จักนำความได้เปรียบของตนเอง ในด้านความประณีตและคุณภาพของสินค้ามาจับตลาด เพราะประเทศไทยมีความได้เปรียบในกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับ Premium End สำหรับตลาดระดับกลางบน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีดีไซน์หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงของตกแต่งบ้านที่เป็นงานฝีมือ
ทั้งนี้ เฟอร์นิเจอร์ส่งออกในตลาดเออีซีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความโดดเด่นด้านคุณภาพแทนการแข่งขันด้านราคา เพราะไทยไม่สามารถแข่งขันในตลาด Mass Products หรือ Low End เพราะมีต้นทุนการผลิตสูงในหลายด้าน เช่น ราคาวัตถุดิบ และค่าแรงงาน
ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องเร่งร่วมมือกันสร้างศักยภาพในการแข่งขัน โดยพัฒนาจุดแข็งที่มีคือด้านดีไซน์และการตลาด รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างตราสินค้าของตนเอง โดยตลาดที่น่าสนใจและคาดว่าจะขยายตัวได้ดีในการส่งออกสำหรับตลาดสินค้าพรีเมียม คือ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ส่วนลาวและพม่า คือประเทศที่น่าลงทุนในการเป็นฐานการผลิต เนื่องจากมีความพร้อมทั้งวัตถุดิบ แรงงาน ค่าแรงที่เหมาะสม
ในส่วนของกรมมีเวทีสำหรับผู้ประกอบการทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และเป็นเวทีเรียนรู้ สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ผ่านงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ หรือ Thailand International Furniture Fair (TIFF) ซึ่งเป็นงานที่กรมส่งเสริมการส่งออก ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้เป็นปีที่ 17 เพื่อส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในภูมิภาค และให้ผู้ซื้อผู้นำเข้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้มาพบผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการส่งออกทั้งปริมาณและมูลค่า
สำหรับแนวคิดการจัดงานในปีนี้ คือ Inspire in Side Out ที่สื่อความหมายว่าผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไทยสามารถสร้างสรรค์แรงบันดาลใจเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ซื้อได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ การเลือกสรรวัตถุดิบ รวมไปถึงกระบวนการผลิต โดยงาน TIFF 2013 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1317 มี.ค.นี้ ที่อาคารชาเลนเจอร์ 23 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
“หวังว่างานนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไม่มากก็น้อย และช่วยผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง” ศรีรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย







