
รัฐปรับทัพโชห่วยเป็น "โชสวย" ฮึดสู้ค้าปลีกสมัยใหม่
โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
ธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิม (โชห่วย) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการขยายสาขาของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) และร้านสะดวกซื้อ ทำให้ผู้ประกอบการโชห่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องล้มหายตายจากเป็นจำนวนมาก
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงหาแนวทางให้การช่วยเหลือร้านโชห่วย เร่งการปรับภาพลักษณ์ใหม่และการสร้างเครือข่ายคู่ค้า เพื่อให้สามารถแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ได้
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะกำกับหน่วยงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ได้หารือกับสมาคมค้าปลีกค้าส่งไทยและสหกรณ์ทั่วประเทศ ซึ่งมีข้อสรุปร่วมกันว่าจะร่วมมือกันในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกค้าส่งของประเทศ โดยเฉพาะร้านโชห่วยที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 4 แสนราย ให้มีการพัฒนาและสามารถแข่งขันกับร้านค้าปลีกสมัยใหม่และร้านสะดวกซื้อให้ได้ โดยเบื้องต้น จะผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนชื่อจากร้านโชห่วยเป็นร้านโชสวย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำชื่อให้เป็นมงคล ทั้งนี้ จะเริ่มทำทันที โดยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้ว มีอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประธาน มีสมาคมค้าปลีกค้าส่งไทย มีสหกรณ์ เข้ามาร่วมหารือกำหนดรูปแบบการสนับสนุน
“หากพูดถึงโชห่วย ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มักจะเข้าใจว่าเป็นร้านค้าที่ไม่ค่อยสะดวก แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นร้านโชสวย แล้วปรับปรุงหน้าร้าน ชั้นวาง รูปแบบการบริหารจัดการ ก็จะทำให้ดูดีขึ้นตามชื่อ คนก็จะมั่นใจในการเข้ามาซื้อหาสินค้า” ณัฐวุฒิ กล่าว
สำหรับรูปแบบในการผลักดันร้านโชสวย จะจัดทำรูปแบบ (โมเดล) ร้านค้าขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ และจะเข้าไปจัดการฝึกอบรมผู้ประกอบการให้มีการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งช่วยประสานผู้ผลิตและสหกรณ์ ให้เข้ามามีส่วนช่วยในการสนับสนุนสินค้าราคาถูกให้ จากนั้นจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแคมเปญผลักดันให้ประชาชนยอมรับร้านโชสวย
คณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นนี้ นอกจากจะหารือถึงแผนการผลักดันร้านโชห่วยเป็นร้านโชสวยแล้ว ยังจะหารือถึงการสนับสนุนด้านเงินทุนให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนไปพัฒนาร้านค้า โดยจะประสานไปยังธนาคารของรัฐเพื่อสนับสนุนด้านเงินกู้
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 25 เม.ย.-15 พ.ค. 2556 จะมีการจัดกิจกรรมในการส่งเสริมธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยได้เชิญร้านค้าส่งจำนวน 71 ราย ร้านค้าปลีกเครือข่ายกว่า 1 หมื่นราย รวมทั้งผู้แทนจำหน่าย และผู้ผลิต จัดงาน “โชห่วยทั่วไทยรวมใจช่วยสังคม” ณ สถานประกอบการร้านค้าส่งค้าปลีกใน 7 ภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทยและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง คาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท
ส่วนธุรกิจสหกรณ์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต และถือเป็นธุรกิจหนึ่งในโซ่อุปทานที่สามารถเชื่อมโยงการค้ากับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น การเชื่อมโยงกับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และกระจายสินค้า เนื่องจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเป็นธุรกิจที่อยู่ควบคู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานและมีทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ จึงได้มอบหมายให้กรมดำเนินการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ควบคู่กันไปเพื่อสร้างมาตรฐานคุณภาพ ความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ
ณัฐวุฒิ กล่าวว่า การเสริมสร้างความรู้ให้ธุรกิจสหกรณ์เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการธุรกิจ ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจสหกรณ์ โดยธุรกิจสหกรณ์ต้นแบบที่ได้รับการพัฒนาแล้ว จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา อุปสรรค ข้อคิดเห็น มุมมอง และแนวทางการขยายโอกาสทางการตลาดผ่านเครือข่ายธุรกิจค้าส่งค้าปลีกตามแนวทางเอสเอ็มอี พี่สอนน้อง และธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย และธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทยเป็นธุรกิจที่ผ่านการพัฒนาโดยกรม ซึ่งเป็นเครือข่ายธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีสมาชิกกระจายอยู่ทั่วประเทศ จะได้ช่วยกันกระจายผลผลิต และเป็นช่องทางการตลาดให้กับธุรกิจสหกรณ์ได้อีกด้วย
สำหรับปี 2556 กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังมีแผนการดำเนินงานส่งเสริมพัฒนาธุรกิจค้าส่งค้าปลีกให้มีมาตรฐานคุณภาพ และส่งเสริมธุรกิจสหกรณ์ให้มีองค์ความรู้ และสร้างธรรมาภิบาล โดยจะเน้นสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบบริหารจัดการและสร้างโอกาสทางการตลาดโดยเชื่อมโยงกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและใช้ระบบอีคอมเมิรช์ เป็นช่องทางการตลาดเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและความต่อเนื่องของธุรกิจตลอด โซ่อุปทานให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น







