posttoday
คิงส์เฮิร์บ บุกตลาดสมุนไพรไทยวางเป้าเจาะชุมชน เน้นราคารากหญ้า

คิงส์เฮิร์บ บุกตลาดสมุนไพรไทยวางเป้าเจาะชุมชน เน้นราคารากหญ้า

08 มีนาคม 2556

กว่า 9 ปีแล้วที่ คิงส์เฮิร์บ เวิล์ด 1999 คร่ำหวอดในธุรกิจขายตรง และก้าวเข้ามาสู่ลำดับต้นๆ ของธุรกิจขายตรงสมุนไพรไทย ที่ ณ วันนี้มีสมาชิกผู้ใช้กว่า 1.1 ล้านรหัส และมีสมาชิกระดับผู้นำจำนวน 1 หมื่นคน โดยสมาชิกระดับผู้นำที่ซื้อสินค้าใช้ประจำมีจำนวน 5,000 คน

กว่า 9 ปีแล้วที่ คิงส์เฮิร์บ เวิล์ด 1999 คร่ำหวอดในธุรกิจขายตรง และก้าวเข้ามาสู่ลำดับต้นๆ ของธุรกิจขายตรงสมุนไพรไทย ที่ ณ วันนี้มีสมาชิกผู้ใช้กว่า 1.1 ล้านรหัส และมีสมาชิกระดับผู้นำจำนวน 1 หมื่นคน โดยสมาชิกระดับผู้นำที่ซื้อสินค้าใช้ประจำมีจำนวน 5,000 คน

ปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิล์ด 1999 บอกว่า ปัจจัยที่ทำให้ “คิงส์เฮิร์บ” เติบโต ก้าวมาจนถึงวันนี้ได้นั้น มีอยู่ 3 ปัจจัยหลัก เริ่มจากการทำประชาสัมพันธ์ ที่เจาะไปยังกลุ่มเป้าหมายระดับรากหญ้า ดูแลดุจคนในครอบครัวเดียวกันอยู่เสมอ และมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

“กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นคนชนบท หรือเรียกกันว่า รากหญ้า 100% ธุรกิจของเราต้องการช่วยให้เขาเหล่านั้นมีรายได้ที่ดีขึ้น หลังผ่านพ้นจากการเก็บเกี่ยว ทำไร่ ทำนา เริ่มจากการทำเป็นรายได้เสริม จนอาจจะกลายเป็นรายได้หลักของผู้ที่ประกอบธุรกิจอย่างจริงจัง” ปพน กล่าว

ขณะเดียวกันบริษัทยังได้สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกต้นพลูคาว ซึ่งมาผลิตเป็นอาหารเสริมสุขภาพ แต่ต้องปลูกในจังหวัดที่มีอากาศค่อนข้างเย็น โดยที่ผ่านมาได้สนับสนุนให้ปลูกที่ จ.พะเยา และเชียงใหม่ เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรตลอดทั้งปี ปัจจุบันบริษัทคิดเป็นรายได้ให้ 20 บาทต่อกิโลกรัม สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี และให้ผลตอบแทนดีกว่าการปลูกผลไม้ประเภทลิ้นจี่ ที่สร้างรายได้ปีละครั้ง

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถที่จะตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้มากถึงปีละประมาณ 2 ล้านขวด โดยมีพื้นที่โรงงานอยู่ 1 ไร่ พร้อมกับสวนพลูคาวที่ปลูกเพื่อผลิตภัณฑ์คอลดาต้า 130 ไร่

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่บริษัทเจาะฐานสมาชิกได้ครอบคลุมทั่วประเทศ และได้เริ่มเข้าไปทำตลาดยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว โดยเริ่มจากลาวและกัมพูชา ที่อาศัยสมาชิกในแถบตะเข็บชายแดนขยายฐานเข้าไป พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรมทางธุรกิจ เนื่องจากการคำนวณราคาสินค้า ที่จำหน่ายต่างประเทศนั้นจะต่างจากในประเทศ รวมถึงอัตราการจ่ายผลตอบแทนสมาชิกด้วย คาดว่าโปรแกรมทางธุรกิจต่างประเทศจะสามารถเริ่มใช้ได้ในช่วงกลางปีนี้

“ต้องบอกว่าวันนี้ในตลาดอาเซียนเราเริ่มมีความพร้อมแล้ว อย่างล่าสุดมีนักธุรกิจจากประเทศมาเลเซีย และกัมพูชา มาขอเปิดคลังสินค้า แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขข้อตกลง เนื่องจากต้องดูว่าความต้องการในต่างประเทศมีมากน้อยเพียงใดก่อนที่จะเข้าไปร่วมลงทุน” ปพน กล่าว

ล่าสุด บริษัทได้ก่อตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ โดยใช้งบในการก่อสร้าง 71 ล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณซอยวัชรพล เพื่อใช้เป็นที่ประชุม อบรมสมาชิกแห่งใหม่ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับบรรดาสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจ

สำหรับปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 800 ล้านบาท และในปีนี้ตั้งเป้าไว้ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ไม่ยากเกินไปนัก เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจไทยนั้นยังเติบโตได้ดี รวมไปถึงธุรกิจขายตรง แม้ว่าที่ผ่านมาจะผู้ประกอบธุรกิจประเภทมันนี่เกม ออกมาหลอกลวงก็ตาม ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงผู้บริโภคต้องคอยตรวจสอบเพื่อไม่ให้ธุรกิจดังกล่าวขยายตัวในวงกว้าง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ