posttoday
คลังดันกู้2ล้านล้านทำศก.โตเพิ่ม1%

คลังดันกู้2ล้านล้านทำศก.โตเพิ่ม1%

08 มีนาคม 2556

คลังฟันธงกู้ลงทุน 2 ล้านล้านบาท ดันเศรษฐกิจโตเพิ่ม 1% ต่อปี คุมสัดส่วนหนี้ไม่เกิน 50% ต่อจีดีพี ติงโครงการใหญ่เอื้อทุจริตสูงรัฐบาลต้องดำเนินการให้โปร่งใสและตรวจสอบได้

คลังฟันธงกู้ลงทุน 2 ล้านล้านบาท ดันเศรษฐกิจโตเพิ่ม 1% ต่อปี คุมสัดส่วนหนี้ไม่เกิน 50% ต่อจีดีพี ติงโครงการใหญ่เอื้อทุจริตสูงรัฐบาลต้องดำเนินการให้โปร่งใสและตรวจสอบได้

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าววในงานเสวนา "ยุทธศาสตร์การลงทุนเพื่ออนาคตประเทศไทย" ว่า การที่รัฐบาลออกพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง นอกจากจะส่งผลดีให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจทำให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 1% ต่อปี ในช่วง 7-8 ปี ข้างหน้า โดยในบางปีเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นถึง 1.3-1.5% ต่อปี

นอกจากนี้ การลงทุนอาจจะส่งผลกระทบภาพลบบ้าง เช่น การทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นปีละ 0.16% แต่ยังเป็นอัตราที่ต่ำไม่กระทบเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันจะทำให้มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เนื่องจากมีการนำเข้าวัตถุดิบ และเครื่องจักรมาลงทุน ซึ่งเป็นถือเป็นปัจจัยลบที่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจ

ด้านนางสาวจุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)กล่าวในงานเสวนเดียวกันว่า การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีไม่เกิน 50% จีดีพี จากปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ 45% ของจีดีพี เพราะเป็นการทยอยกู้ภายใน 7 ปี โดยการกู้เงิน จะมีทั้งการออกพันธบัตรรัฐบาล และการออกพันธบัตรออมทรัพย์ระดมทุนจากประชาชนทั่วไปด้วย

ขณะที่นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจริงๆ ของกระทรวงคมนาคมต้องใช้เงินสูงถึง 4 ล้านล้านบาท ซึ่งใช้เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ส่วนที่เหลือต้องใช้เงินจากเงินงบประมาณ เงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และการให้เอกชนร่วมลงทุน ซึ่งในส่วนนี้ สคร. ได้ผลักดันกฎหมายร่วมทุนรัฐและเอกชนฉบับใหม่ หรือ PPP เป็นที่เรียบร้อย อยู่รอประกาศในราชกิจานุเบกษา ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนคล่องตัวมากขึ้นและไม่เป็นหนี้สาธารณะเพิ่ม

สำหรับนายคณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการลงทุนขนาดใหญ่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชันสูง ดังนั้นการดำเนินการประมูลรัฐบาลต้องมีความโปร่งใส และควรเปิดให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้ประมูลได้ ราคาเท่าไร มีการดำเนินการไปถึงไหน ซึ่งรัฐบาลควรนำโครงการทั้งหมดขึ้นเว็ปไซต์ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบรายละเอียดและความคืบหน้าของโครงการได้ตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล