
ไฟแนนซ์ทูเดย์
....ต้นกล้า
“
คนจะเป็นใหญ่ต้องใจกล้า และเด็ดเดี่ยว”...l...ปัญหาว่าด้วยคดีของ “บันเทิง ตันติวิท” ประธานกรรมการ บริษัท ทุนธนชาต และกลุ่มบริษัท มาบุญครองพร็อพเพอร์ตี้ กับ “ศุภเดช พูนพิพัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารธนชาต กำลังจะกลายเป็นหนังชีวิตที่สะท้อนถึงกรรมเก่าของ 2 ผู้ยิ่งใหญ่ในค่าย “บง.ธนชาติ” ที่อยู่ยั้งยืนยงมาจนบัดป่านนี้ในขณะที่คู่แข่งพากันพ่ายศึกการเงินจนหมดสิ้น
...l...ทำนายทายทักไว้ตั้งแต่บัดนาว ไม่ช้าไม่นาน
“เสี่ยบันเทิง” และ “คุณหนูศุภเดช” อนาคตที่จะโผล่หน้าค่าตาในฐานะหัวเรือใหญ่ทั้งในสถานะกรรมการ และผู้บริหารสถาบันการเงินที่เป็นธนาคารพาณิชย์น้องใหม่ใหญ่กว่าเดิมนับวันจะริบหรี่เต็มทนถ้าไม่ถอยออกด้วยการประกาศ “ลาออก”ในห้วงการประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ในเดือน เม.ย.นี้ ก็ยื้อออกไปได้ไม่เกินเดือน พ.ย.นี้ แหละขอรับ...l...เพราะธนาคารพาณิชย์นั้นล่อแหลมเป็นอย่าง
ยิ่งในเรื่องของ "ความเชื่อมั่น" หากขาดซึ่งจุด
นี้แล้วไซร้ ต่อให้ฝีมือในการจัดการฉกาจแค่ไหน
ขนาดใหญ่บะเริ่มเทิ่มยังงัยก็ไปไม่พ้น คนต้อง
แห่ถอนเงิน ลูกค้าไม่กล้าทำธุรกรรม ธุรกิจ
ธนาคารจึงมากด้วยธรรมาภิบาลและมีความรับผิด
รับชอบมากกว่าธุรกิจปกติร้อยเท่าพันทวี
**บรรทัดฐานของนักการเมือง และนักธุรกิจทั่ว
ไป หากศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิดในเรื่องใด
เรื่องหนึ่ง บุคคลนั้นก็ยังสามารถยืนโดดเด่น แอ่นกายสู้
เดินเชิดหน้าชูตาให้ปวงประชาระอาได้สบายสะดือจุ่น
แต่ธนาคารพาณิชย์นั้นไม่ได้ นายแบงก์ใดโดนศาลตัดสินว่ามี ความผิดร่วมกันโกงเงินลูกค้า หรือทำธุรกรรมซ่อนเร้นกับลูกค้ามื้อใดอนาคตคนคนนั้นในวงการเงินการธนาคารหมดสิ้นทันที เพราะธุรกิจนี้พึ่งพาการกู้ยืมเงินคนอื่นมาทำมาหาได้ ออกดอกออกผล แล้วใช้ความรู้ความสามารถในการหากินจากส่วนต่างดอกเบี้ยเอา เมื่อผู้บริหารถูกศาลบอกว่าผิด ไม่ต้องใช้สิทธิอุทธรณ์ ฎีกา ชะตาของคุณในแวดวงวิชาชีพก็พังทลายหมดลงแล้ว เพียงแต่จะช้าจะนานเท่านั้น
เรื่องนี้โปรดจับตาดูกันต่อไปครับ
**กรณีของธนาคารทิสโก้ น้องใหม่ไฟแรงที่ขึ้นชื่อว่า
เป็นธนาคารขนาดเล็กแต่ธรรมมาภิบาลหรือความรับผิดรับชอบ
ใหญ่มากนั้นเขาทำให้เห็นมาแล้ว พอ "กรรมการผู้อำนวยการใหญ่"
โดนคดีศาลชั้นต้นพิพากษาว่ามีความผิดในคดีกู้ยืมปุ๊บ
คณะกรรมการที่มี พิสิฏฐ์ ภัคเกษม เป็นประธาน ปลิว มังกรกนก
เป็นรองประธานกรรมการ ก็มีมติปลด กรรมการผู้อำนวยการคน
ดังกล่าวทันที ทั้งๆที่ผู้บริหารคนนี้เป็น "มือ 2 รองจากปลิว"
และมีสถานะเป็นถึงรองประธานกรรมการบริหารเหมือนกัน
เพราะธนาคารแห่งนี้ตระหนักในเรื่องของความเชื่อมั่นของลูกค้า...
**ฟากธนาคารแห่งประเทศไทยก็เช่นกัน แม้ในเบื้องต้นการขาย
หุ้นธนาคารนครหลวงไทยจะเป็นการทำธุรกรรมกันคนละนิติบุคคล
ตามที่ ผู้ช่วยผู้ว่าการ"ทองอุไร"อรรถาธิบาย แต่อย่าชะล่าใจเด็ดขาด
เพราะคนที่ลงนามในสัญญา และโผล่หน้าโผล่ตาออกมาในการลงนามนั้น
เป็นคนที่ศาลตัดสินว่ามีความผิดในการบริหารจัดการกับเงินของลูกค้ามิใช่หรือ
แล้วถ้ามันโยงใยกันแน่นหนาเช่นนั้น ธนาคารกลางในฐานะผู้กำกับดูแล
ระบบสถาบันการเงิน และเป็นถึงผู้ควบคุมกฎกติกาในเรื่องความรับผิดรับ
ชอบเหนือกว่าปกติของระบบสถาบันการเงิน จะคาบหอกดาบพระแสงอะไร
ออกมาอรรถาธิบายให้ประชาชนฟังได้รึ...เรื่องนี้บอกได้ว่าอันตรายต่อ
ทั้งคนเขียน และอันตรายต่อคนที่ปฏิบัติจริงๆ
** ข้อมูลของ "กรณ์ จาติกวณิช" รมว.คลัง ที่ออกมาปูดว่า มีรายงานว่า
มีการทยอยถอนอายัดทรัพย์ส่วนที่เหลือจาก 4.6 หมื่นล้านบาท ตามคำพิพากษา
คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากบัญชีของตระกูลชินวัตร
โดยเป็นการถอนเงินสดออกจากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ แห่งละ 10100 ล้านบาท
สิริรวมกว่า 8001,000 ล้านบาทนั้นเห็นจะจริงแท้แน่แน เพระาที่ ธนาคารแห่งหนึ่ง
ที่บึ้มบ่อยกะ ธนาคารสีส้มนั้นมีการทะยอยเบิกกันสนุก
ว่าแต่ว่า กรณ์อยากรู้ผู้ซึ่งเป็นที่ปรึุกษาในการใช้ช่องว่างนี้หรือไม่ ให้เช็กไฟล์ตบินไปที่
ฮ่องกงของข้าราชการระดับซี 10 คนหนึ่งก็พอเห็นเค้าลาง
เพราะเธอกะสามีบินไปให้คำปรึกษากะอดีตภริยาของคุณทักษิณ ที่ปัจจุบันทำหน้าที่
"ทำสำรับกับข้าว" และ "จัดห่อของขวัญ"ไว้ให้กับคนไปเยี่ยมเยี่ยน
ให้ข้อเสนอแนะกันไม่หยุดหย่อน ของขวัญชิ้นใหญ่ อาหารเลิศรสหรือไม่ขึ้นอยู่กับ
ความสำคัญของชิ้นงาน...คริๆ
m







