
แนะ"รองเท้าไทย"รักษาตลาดในเร่งปั้นแบรนด์รุกเพื่อนบ้าน
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ตอนนี้ธุรกิจไทยต่างกำลังมองหาลู่ทางขยายตลาดเกาะกระแสการเปิดประชาคมอาเซียน แต่สำหรับอุตสาหกรรมรองเท้า ผู้ประกอบการยังมีมุมมองที่หลากหลายสำหรับเรื่องนี้
ครรชิต จันทนพรชัย นายกสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมรองเท้าไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลายรายไปทำการค้าและลงทุนใน สปป.ลาว แต่เกือบ 10 รายเจ๊งกลับมา สาเหตุเกิดจากบริษัทเหล่านั้นเร่งรัดไปเร็วเกินโดยไม่คำนึงถึงความพร้อมของตัวเอง อีกทั้งโลจิสติกส์ระหว่างไทยลาว และภายในลาวเองยังไม่ค่อยดี
“หลายคนอาจจะเริ่มคิดว่าค่าแรงในบ้านเราสูง ค่าไฟก็ขึ้น ค่าขนส่งก็ขึ้น ค่าครองชีพทุกอย่างรอบตัวปรับขึ้น งั้นหนีไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตในต่างประเทศดีกว่า จะได้ลดต้นทุนลงได้ แต่การลงทุนจริงในแต่ละประเทศ ยังมีปัจจัยต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมาก ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งครบถ้วนแล้วหรือยัง”
ครรชิต ย้ำว่า ตัวเลขการันตียอดขายล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจไปลงทุน หากไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะทำยอดขายได้ 35 ล้านคู่ ภายในเวลาไม่กี่ปี โอกาสที่ธุรกิจจะไปรอดมีต่ำมาก ดังนั้นการรับมือกับต้นทุนต่างๆ ในประเทศยังปลอดภัยกว่า
อย่างไรก็ตาม หากมีตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ในอาเซียน ก็อาจขยายธุรกิจในลักษณะส่งสินค้าออกเพิ่ม แต่สินค้าต้องมีคุณภาพและดูกำลังซื้อของประเทศที่จะส่งออกให้ดี เช่น ส่งออกไปกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) สินค้าควรมีราคา 10-50 เหรียญสหรัฐ ขณะประเทศที่เหลือควรตั้งราคา 30-70 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้สินค้าส่งออกต้องมีคุณภาพจะสู้ด้วยราคาอย่างเดียวไม่ได้
ครรชิต ชี้ด้วยว่า เกือบทุกอุตสาหกรรมมักคิดแต่บุกตลาดต่างประเทศ แต่ไม่ได้เตรียมแผนรับมือการแข่งขันกับสินค้าเพื่อนบ้านที่จะมาตีตลาดไทย
ด้าน กวี พฤกษาพรพงศ์ ประธานกรรมการบริษัท แอ๊ดด้า ไทยแลนด์ กล่าวว่า ดีไซน์ คุณภาพ และต้นทุน คือ 3 ปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้ธุรกิจรองเท้าสามารถรับมือคู่แข่งจากต่างประเทศได้ หากผู้ประกอบการสามารถควบคุมต้นทุนและสร้างจุดต่างในดีไซน์และคุณภาพได้ อย่างไรก็ “อยู่รอด”
ส่วนในประเทศยังมีช่องให้ขยายตลาดเฉพาะกลุ่ม (นิช มาร์เก็ต) เช่น การทำรองเท้าสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน รองเท้าแบบสั่งทำพิเศษสำหรับคนที่มีไซส์เท้า 2 ข้างไม่เท่ากัน รองเท้าในอุตสาหกรรมโรงแรม
“ก่อนบุกอาเซียนต้องตอบว่าจะไปเพราะอะไร1.มีกำลังการผลิตมาก จึงต้องหาตลาดเพิ่ม หรือ2.ไปหาตลาดเพราะยังไม่มีเลย ถ้าคำตอบเป็นข้อหลังก็ไม่ควรไป สำหรับธุรกิจขนาดเล็กควรทำตลาดในประเทศให้แข็งแรงก่อน เพราะการบุกอาเซียนยังเสี่ยงมาก”
ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ก็ต้องระมัดระวัง เช่น เรื่องนายหน้าและตัวแทนจำหน่ายผู้ประกอบการต้องรู้จักประยุกต์ดีไซน์สินค้าให้เหมาะกับแต่ละประเทศ ต้องคำนึงถึงการแข่งขันกับแบรนด์ท้องถิ่นที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว เช่น ในเวียดนามและมาเลเซีย ทั้งนี้ข้อดีของรองเท้าไทยในอาเซียน คือชาวอาเซียนคุ้นเคยกับสินค้าไทยอยู่แล้ว จากการดูทีวี อ่านนิตยสารของไทย
กัลยา กล่อมวิทย์ กรรมการสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมรองเท้าและกรรมการพัฒนาธุรกิจกลุ่มแพน กล่าวว่า แบรนด์เป็นสิ่งสำคัญในการขยายธุรกิจ
“บางบริษัทตั้งชื่อแบรนด์รองเท้าจำยากมาก มีผลต่อการจดจำของคนซื้อและโอกาสในการขาย หากชื่อแบรนด์ไปไม่ได้ ก็ควรยอมเปลี่ยนโลโก้ สโลแกน ทุกอย่างต้องง่ายหมด”
การลงทุนในอาเซียนต้องรู้นิสัยคนท้องถิ่น เช่น ชาวเมียนมาร์เจรจาต่อรองเก่ง ผู้ประกอบการไทยต้องมีจุดยืน และที่สำคัญต้องพิจารณาตัวแทนจำหน่ายให้ดี ไม่ควรทำสัญญาผูกมัดตัวเอง







