
ตู้อาหารสุขภาพ H.U.M.A.N. บริโภคด่วนได้ สุขภาพดีด้วย
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ในยุคที่คนทุกวัยต่างหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้นเช่นนี้ จึงนับเป็นโอกาสดีที่จะหันมาลงทุนธุรกิจด้านนี้กันมากขึ้น
ทว่าการจะผุดธุรกิจสุขภาพโดยเฉพาะของกินที่มีประโยชน์นั้น ยังต้องสอดคล้องกับยุคสมัยที่ต้องการความรวดเร็ว คล่องตัว จะมัวแต่ละเมียดละไมนั้น อาจไม่ทันใจคนรุ่นใหม่ที่ชินกับฟาสต์ฟู้ด
ฌอน เคลลี นักศึกษาวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผู้ใส่ใจสุขภาพด้วยการเข้าออกโรงยิมเป็นประจำและหมั่นสังเกตพฤติกรรมการบริโภคของผู้เล่นกีฬา จึงได้ไอเดียผุด “ตู้ขายขนมเพื่อสุขภาพอัตโนมัติ H.U.M.A.N.” เพื่อตอบรับความต้องการของคนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ยังต้องการของกินเล่น แต่เน้นสุขภาพไปพร้อมกัน
แน่นอนว่าตู้ขายขนมสุขภาพแบบนี้ไม่ได้จับตลาดแค่กลุ่มผู้ออกกำลังกายในโรงยิมเท่านั้น แต่การบริโภคด่วนพร้อมได้สุขภาพดีไปด้วยแบบนี้ (หรือไม่แย่ไปกว่าฟาสต์ฟู้ด) ย่อมได้ตลาดในวงกว้างทั้งในระดับพื้นที่สาธารณะทั่วไป สนามกีฬา มหาวิทยาลัย และแม้แต่โรงเรียน
ทุกวันนี้ H.U.M.A.N. ้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่ขยายตัวครอบคลุมถึง 40 รัฐทั่วสหรัฐ ซึ่งมีตู้บริโภคด่วนนี้ถึง 1,500 เครื่อง และทำรายได้ราว 12 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 360 ล้านบาท) ในปี 2555 ที่ผ่านมา
เคลลี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เริ่มมองเห็นไอเดียธุรกิจนี้ตั้งแต่ปี 2003 ขณะที่ยังเป็นนักศึกษาในสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ขณะเดินหาตู้กดน้ำที่โรงยิมแห่งหนึ่ง
“ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซื้อโคลาดื่มไปด้วยระหว่างวิ่งบนลู่วิ่ง เลยคิดว่าถ้าคนในกลุ่มชนชั้นกลางค่อนข้างมีฐานะหน่อย มีพฤติกรรมการบริโภคเช่นนี้ แล้วคนในที่อื่นๆ ของอเมริกาจะเป็นอย่างไร” ผู้บริหารหนุ่มเปิดเผยถึงที่มาธุรกิจกับฟอร์บส์
ภายหลังได้ไอเดียบรรเจิด เคลลีก็เริ่มลงมือศึกษาทางวิชาการทันที และนำไปสู่การก่อตั้งบริษัท ฟิตฟิวเอล (FitFuel) โดยเริ่มที่ตู้ขายอาหารและเครื่องดื่มอัตโนมัติ 3 เครื่อง และได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากกลุ่มฟิตเนส ซึ่งถือเป็นกลุ่มตลาดนีช มาร์เก็ต
อย่างไรก็ตาม นักธุรกิจหนุ่มรายนี้ยังคงติดใจกับแผนการดั้งเดิมที่ต้องการให้เครื่องนี้ขยายไปในวงกว้างทั้งโรงเรียน ชุมชน และอาคารสำนักงาน โดยไม่จำกัดอยู่แค่ฟิตเนสเท่านั้น เคลลีจึงตัดสินใจปรับแผนธุรกิจครั้งใหญ่ในปี 2008 ด้วยการร่วมมือกับ แอนดรูว์ แม็คเคนเซน อดีตนายทหารเรือสหรัฐผู้จบเอ็มบีเอจากสแตนฟอร์ด และจำหน่ายตู้กดอาหารร้อนในขณะนั้น ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เฮลท์ตี เวนดิง แมชชีน (Healthy Vending Machine) ขึ้นในปี 2008 เพื่อเน้นการขยายธุรกิจไปในวงกว้างทั่วประเทศ
ทั้งคู่ตัดสินใจเดิมพันกับบริษัทใหม่โดยใช้เงินลงทุนไปทั้งสิ้น 3 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 9 ล้านบาท) และด้วยความน่าเชื่อถือในการดำเนินธุรกิจช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เคลลีได้เงินลงทุนเพิ่มอีก 5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 15 ล้านบาท) จากหุ้นส่วนบริษัทเดิมอย่าง ฟิตฟิวเอล ที่มองเห็นศักยภาพการเติบโตของธุรกิจนี้
ธุรกิจของทั้งคู่ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วบนอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงกว่า 100% นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา โดยเน้นที่การขายแฟรนไชส์กระจายไปยังหลายพื้นที่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และยังตั้งเป้าขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งล่าสุด เฮลท์ตี เวนดิง แมชชีน ยังได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็น 1 ใน 50 บริษัทที่มีศักยภาพมากที่สุดของปี 2556 และติดโผนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้ว ท่ามกลางแนวโน้มที่สหรัฐหันมาให้ความสนใจการแก้ปัญหาโรคอ้วนในเด็กมากขึ้น นำโดยสุภาพสตรีหมายเลข 1 มิเชล โอบามา ที่ประกาศต่อสู้กับเรื่องนี้อย่างจริงจัง
“พวกเราตั้งเป้าว่าจะเป็นบริษัทผู้พิชิตโรคอ้วนในประเทศนี้ให้ได้” ผู้บริหารหนุ่ม กล่าว







