posttoday
เช็คความแกร่งแฟรนไชส์ก่อนโกอินเตอร์

เช็คความแกร่งแฟรนไชส์ก่อนโกอินเตอร์

07 มีนาคม 2556

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

ธุรกิจสำเร็จรูป แฟรนไชส์สินค้าบริการประเภทต่างๆ ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการคนไทยที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ติดตลาดได้ จากปัจจุบันมีแฟรนไชส์ไทยจำนวนมากที่กำลังขยับไปต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดใหม่จากประชาคมอาเซียน (เออีซี) ซึ่งก่อนที่จะนำธุรกิจแฟรนไชส์ “โกอินเตอร์” เจ้าของธุรกิจต้องตรวจสุขภาพธุรกิจตัวเองก่อนว่าพร้อมและแข็งแกร่งหรือยัง

สวาสดิ์ มิตรอารี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ท เบรน ผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ ศูนย์พัฒนาทักษะ “สมาร์ท เบรน” กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “กลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการ การขยายสาขาของธุรกิจแฟรนไชส์อย่างมีประสิทธิภาพ” ในโครงการพัฒนาและสร้างโอกาสทางการตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ ปี2556 จัดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่าการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อทำตลาดทั้งในและต่างประเทศนั้น เจ้าของแฟรนไชส์จะต้องสำรวจความพร้อมต่างๆ ดังนี้

อันดับแรก คือ เตรียมความพร้อมทางธุรกิจ สุขภาพการเงินมีความแข็งแกร่งเพียงใด อันดับสอง ระบบจัดการด้านต่างๆ โดยเฉพาะการบริหารบุคลากร ที่เข้ามารองรับการขยายธุรกิจ อันดับสาม ข้อสัญญาหรือข้อผูกพันทางกฎหมายระหว่างเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์และผู้รับสิทธิ และอันดับสี่ ด้านเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเหลือหรือเชื่อมต่อระบบการทำงานระหว่างเจ้าของแฟรนไชส์และผู้รับสิทธิแฟรนไชส์ ซึ่งสามารถนำหลักการไปใช้ร่วมกับการขยายตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ในต่างประเทศได้

ประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการ บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) ผู้บริหารธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มแบล็คแคนยอน กล่าวว่า ผู้ประกอบการแฟรนไชส์แบรนด์ไทยต้องทำให้ธุรกิจแข็งแรงในประเทศให้ได้ก่อนออกไปต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อถือในระบบกับคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งหากในประเทศยังไม่แข็งแรง ก็เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา

ผู้ประกอบการที่เตรียมแผนขยายธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ในตลาดต่างประเทศ สามารถนำหลักการวิเคราะห์ทางการตลาดอย่าง “สวอท อนาไลซิส” (SWOT Analysis) เพื่อหาจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรค การทำตลาดแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมากก่อนไปตลาดต่างประเทศ

นอกจากการวิเคราะห์ตามหลัก SWOT แล้ว เจ้าของธุรกิจยังต้องมองปัจจัยภายนอกของตลาดในแต่ละประเทศนำมาพิจารณาประกอบกันด้วย ภายใต้หลัก เอสทีอีอี (STEE) โดย เอส แรกคือ โซเชียล ปัจจัยทางสังคม วัฒนธรรรม ที่แตกต่างกันออกไป ที คือ เทคโนโลยี ที่นับจากนี้ไปจะมีความสำคัญมากในการทำตลาดร่วมกับผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายอี ด้าน อีโคโนมิก เศรษฐกิจที่แต่ละประเทศมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจไม่เหมือนกัน

อี สุดท้าย เอ็นไวรอนเมนต์ สภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ เป็นปัจจัยทางธรรมชาติที่นอกเหนือการควบคุม ซึ่งจาก STEE ทั้งหมด จะมีผลต่อการกำหนดกลยุทธ์การตลาด การตั้งราคาสินค้า ตลอดจนต้นทุนการดำเนินธุรกิจและการจัดหาวัตถุดิบสินค้าและบริการ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นด้านกฎหมายการลงทุน ซึ่งเจ้าของธุรกิจจำเป็นจะต้องศึกษาหรือมีที่ปรึกษาทางกฎหมายที่ดีด้วย โดยเฉพาะข้อกฎหมายในมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (nontariff barrier) เงื่อนไข การนำเข้าส่งออกวัตุดิบของแต่ละประเทศ เป็นต้น

รวมทั้งยังมีประเด็นด้านกฎหมายการลงทุนซึ่งเจ้าของธุรกิจต้องศึกษาหรือมีที่ปรึกษาทางกฎหมายที่ดี โดยเฉพาะข้อกฎหมายมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี

ศิวรักษ์ น้อยอ่ำ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ต่างประเทศ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” กล่าวว่า ก่อนที่เจ้าของธุรกิจจะขยายตลาดไปต่างประเทศ ควรมีความพร้อมและแข็งแรงทางธุรกิจมากที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรต่างประเทศตัดสินใจร่วมลงทุน

สำหรับบริษัทจะให้ความสำคัญวางแผนทำตลาด โดยกำหนดรายชื่อประเทศที่น่าสนใจเข้าไปทำตลาดอันดับแรกๆ เพื่อศึกษาข้อมูล รวมทั้งหาพันธมิตรทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือได้จากประวัติทางธุรกิจการค้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญเรื่องข้อกฎหมายอัตราภาษีที่อาจแตกต่างกันไป ทั้งภาษีนำเข้าและส่งออก กระบวนการทางศุลกากร ซึ่งโครงสร้างภาษีของแต่ละประเทศจะสำคัญมากในการทำธุรกิจต่างประเทศ เพราะมีผลต่อราคาสินค้าหรือบริการ ว่าสามารถสู้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นได้หรือไม่

จากมุมมองของเจ้าของธุรกิจไทยที่ถ่ายทอดประสบการณ์ทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จล้วนสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า หากทำธุรกิจในไทยได้เข้มแข็ง การก้าวสู่เวทีการค้าต่างแดนก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท