
ทันสถานการณ์
ไทยหารือเบลเยียมอียูขยายความร่วมมือ
ไทยหารือเบลเยียมอียูขยายความร่วมมือ
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการเดินทางเยือนราชอาณาจักรสวีเดนและราชอาณาจักรเบลเยียม ระหว่างวันที่ 38 มี.ค. 2556 ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ว่า กรมฯ ได้หารือเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ เพิ่มลู่ทางการส่งออกสินค้าไทย และแนวทางความร่วมมือในการขยายฐานการส่งออกสินค้า Fair Trade ของไทยกับภาคเอกชน อาทิ บริษัท แฟร์ฟอร์เวิร์ด ซึ่งประกอบกิจการผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกและลิฟวิ่ง และบริษัท แฟร์ เทรด ออริจินอล ที่ปรึกษาทางธุรกิจอาหาร เป็นต้น
ทั้งนี้ ปัญหาอุปสรรคทางการค้าสำหรับเบลเยียม ซึ่งเป็นสมาชิกอียูนั้น จะเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับกฎระเบียบในด้านต่างๆ ในกรอบของอียู เช่น เรื่องมาตรการที่มิใช่ภาษีต่างๆ อาทิ มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงาน มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด กฎระเบียบทางมาตรฐานและเทคนิคสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม
รณรงค์ต้านคอร์รัปชัน
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้เข้าร่วมงาน “คนไทยขอมือหน่อย” เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิเพื่อคนไทย ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายองค์กรต่างๆ เพื่อเป็นหนึ่งในช่องทางการกระตุ้นให้เห็นถึงปัญหาคอร์รัปชันของประเทศ โดยนำเสนอประติมากรรม “คอร์รัปชันแลนด์” 3 โครงการหลักขององค์กรคือ ทุจริตงบเยียวยาน้ำท่วม ทุจริตจำนำข้าว และกรณีแบนละครเหนือเมฆ ด้วยไอเดียสร้างสรรค์โดยกลุ่มนักศึกษาใส่ใจไทยเพื่อที่จะจุดประกายความคิด กระตุ้นเตือนให้คนไทยในสังคมตระหนักถึงปัญหาคอร์รัปชันของประเทศ และสร้างการมีส่วนร่วมในสังคมเพื่อทำให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น
นอกจากการจัดประติมากรรมนำเสนอโครงการต่อต้านคอร์รัปชันแล้ว ภายในงานยังมีการออกบูธ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน กระตุ้นเปิดรับอาสาสมัครสื่อพลเมืองต้านโกง พร้อมรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมหมาเฝ้าบ้าน จ.กาญจนบุรี เพื่อเป็นอาสาสมัครหมาเฝ้าบ้าน เครือข่ายเฝ้าระวังการทุจริต ซึ่งกำหนดการจัดอบรม วันที่ 21 มี.ค. 2556 ที่ จ.กาญจนบุรี โดยการอบรมจะให้เครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็น กฎหมายคอร์รัปชันที่ควรรู้ เทคนิคการแจ้งเบาะแส ประสบการณ์หมาเฝ้าบ้านภาคสนาม การสื่อสารและใช้เครื่องมือออนไลน์ ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน อีเมล http://mc/[email protected] หรือโทรศัพท์ 02622186076 ต่อ 543
ชงคอนแทรกต์ฟาร์มมิงไทยลาว
นายชุตินทร คงศักดิ์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศเตรียมเสนอโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรแบบมีสัญญา (คอนแทรกต์ฟาร์มมิง) ระหว่างไทยกับลาวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 12 มี.ค. 2556 เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนผลิตสินค้าเกษตรที่ผลิตในประเทศไม่เพียงพอในประเทศลาว เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ซึ่งปกติต้องนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินา
หากได้รับการเห็นชอบจาก ครม.แล้ว จะไปลงนามเอ็มโอยูระหว่างไทยกับลาวในวันที่ 13 มี.ค. 2556 โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เป็นผู้ลงนาม ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะพยายามลดอุปสรรคปัญหาระหว่างกันให้เหลือน้อยที่สุด เช่น การกำหนดชนิดพืช ปริมาณการปลูก ระยะเวลาปลูก ผลผลิตที่ส่งเข้าประเทศไทยจะไม่ถูกห้ามนำเข้า นอกจากมีความจำเป็นยิ่งยวด และการลดต้นทุนการผลิตให้นักลงทุนไทย เช่น ยกเว้นภาษีเครื่องจักร เป็นต้น
นอกจากนี้ ในการประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดีเจ้าพระยาแม่โขง (ACMECS) จะมีการตั้งคณะทำงานความร่วมมือเรื่องข้าวระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการตลาดร่วมกัน
หมูขาลงเหลือ 120 บาท
นายกิตติวงศ์ สมบุญธรรม ที่ปรึกษาผู้ประกอบการเลี้ยงสุกรอาเซียน เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาหมูในเดือน มี.ค. จะอ่อนตัวลงอีกเล็กน้อย โดยราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มจะลดเฉลี่ย กก.ละ 23 บาท จากปัจจุบัน กก.ละ 60 บาท เหลือ กก.ละ 5758 บาท และทำให้ราคาหมูเนื้อแดงหน้าเขียงเฉลี่ยไม่เกิน กก.ละ 110120 บาท จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ กก. 130140 บาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาหมูเป็นจะไม่ลดลงต่ำกว่า กก. ละ 55 บาท จนทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูต้องเดือดร้อนและขาดทุน หรือต้องทำให้รัฐบาลออกมาตรการแทรกแซงช่วยเหลือ
ทั้งนี้ ราคาหมูอ่อนตัวลงเพราะความต้องการบริโภคลดลงจากในประเทศ หลังเทศกาลตรุษจีนผ่านไปแล้ว ประกอบกับตลาดส่งออกค่อนข้างซบเซา โดยขณะนี้ปริมาณส่งออกหมูของไทยลดลงไปกว่า 50% อีกทั้งราคาหลายๆ ประเทศก็ปรับตัวลดลง ทำให้การส่งออกหมูตึงตัว โดยราคาหมูเนื้อแดงในกัมพูชาขยับลงมาใกล้เคียงกับของไทยแล้ว ขณะที่การส่งออกไปขายจีนก็ทำได้ยาก เพราะแม่น้ำโขงตื้นเขิน ส่วนตลาดลาวราคาหมูก็ถูกกว่าไทย กก.ละ 2 บาท อีกทั้งผู้บริโภคก็หันไปรับประทานเนื้อไก่และไข่ไก่ที่ถูกกว่าหมูแทน รวมถึงโรงงานผลิตอาหารแปรรูปนิยมใช้เนื้อไก่มากกว่าเนื้อหมู ส่วนปัญหาภาวะภัยแล้งยังไม่มีผลกระทบต่อปริมาณและราคาหมูโดยตรง++นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมได้ประกาศราคาแนะนำรับซื้อและจำหน่ายสุกรประจำวันที่ 510 มี.ค. โดยปรับราคาลดลงจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย ได้แก่ ราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่งเนื้อสะโพก เนื้อไหล่ ในเขตกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก ไม่เกิน กก.ละ 115 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่เกิน กก.ละ 116 บาท ภาคตะวันออกไม่เกิน กก.ละ118 บาท ภาคใต้ไม่เกิน กก.ละ 120 บาท และภาคเหนือไม่เกิน กก.ละ 120 บาท ยกเว้นเนื้อสุกรชนิดที่มีคุณภาพพิเศษ ++ด้านราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดงตัดแต่งเนื้อสะโพก เนื้อไหล่ ให้ขายไม่เกินราคา กก.ละ 124130 บาท ขณะที่ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์ม ห้ามขายต่ำกว่า กก.ละ 60 64 บาท ราคาจำหน่ายส่งหมูชำแหละ (หมูซีก) ราคาห้ามเกินกก.ละ 7276 บาท ราคาจำหน่ายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง(เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) ราคาไม่เกินกว่า 101105 บาท โดยผู้ค้าต้องปิดป้ายแสดงสินค้าให้ชัดเจน หากละเลยมีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท







