posttoday
เกษตรฯเต้นแก้ข้อมูลสารเคมีหลังศาลมีคำสั่งยกเลิกแบน

เกษตรฯเต้นแก้ข้อมูลสารเคมีหลังศาลมีคำสั่งยกเลิกแบน

07 มีนาคม 2556

คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ให้การห้ามครอบครองและจำหน่ายสารเคมีที่ไม่มีภาษาไทยกำกับอย่างชัดเจนเป็นโมฆะ ซึ่งรวมถึงสารเคมีเกษตรที่มีการประกาศขึ้นบัญชีวัตถุอันตรายบัญชีที่ 3 ห้ามครอบครองและจำหน่ายไปก่อนหน้านั้นด้วย

คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ให้การห้ามครอบครองและจำหน่ายสารเคมีที่ไม่มีภาษาไทยกำกับอย่างชัดเจนเป็นโมฆะ ซึ่งรวมถึงสารเคมีเกษตรที่มีการประกาศขึ้นบัญชีวัตถุอันตรายบัญชีที่ 3 ห้ามครอบครองและจำหน่ายไปก่อนหน้านั้นด้วย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงสั่งให้กรมวิชาการเกษตรเร่งทำข้อมูลใหม่ให้ชัดเจนเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อป้องกันเอกชนหาช่องนำสารเคมีอันตรายกลับมาขายในตลาดอีกครั้ง

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2556 ว่า การออกประกาศรายชื่อวัตถุอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุอันตรายที่เป็นข้อพิพาทในคดีที่เป็นสารกำจัดแมลงที่เกษตรกรต้องใช้เป็นสารกำจัดศัตรูพืช โดยใช้คำภาษาอังกฤษ แต่ไม่มีคำอ่านหรือคำแปลเป็นภาษาไทยกำกับไว้นั้น ส่งผลให้การประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรฯ ไม่มีความชัดเจน เกษตรกรและประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าใจได้ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนประกาศทั้งสองฉบับออก

ยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรฯ อาทิ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ ทำรายละเอียดภาษาไทยเสนอต่อกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อแก้ไขอย่างเร่งด่วน ในระหว่างที่รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

ดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรณีดังกล่าว นางทองดี ธวัชโยธิน เป็นผู้ยื่นฟ้อง รมว.อุตสาหกรรม และกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากเห็นว่าประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม 2 ฉบับ คือ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2546 ลงวันที่ 20 ก.ย. 2547 และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2547 ลงวันที่ 1 ต.ค. 2547 และคำสั่งของกรมวิชาการเกษตร ที่ 1779/2547 เรื่องการจัดการทำลายหรือดำเนินการกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ ลงวันที่ 1 ต.ค. 2547 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเพิกถอนทำให้รายชื่อท้ายบัญชีเป็นโมฆะทั้งหมด

การยกเลิกคำสั่งทั้งสองฉบับดังกล่าว มีผลให้วัตถุอันตรายกว่า 1,000 รายการเป็นโมฆะ โดยในจำนวนดังกล่าวมีสารเคมีเกษตรที่กรมวิชาการเกษตรสั่งให้ยกเลิกกว่า 70 ชนิด เป็นผลให้สารเคมีเกษตรเหล่านั้นจะสามารถจำหน่ายได้ต่อไปตามสถานะของสารนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ รมว.อุตสาหกรรม เตรียมเรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

“ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าการที่ผู้ร้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ผู้ถูกบังคับใช้ไม่เข้าใจ จึงไม่มีผลบังคับ กรมฯ น้อมรับคำพิพากษาของศาล และจะเร่งแก้ไขโดยเขียนรายละเอียดเป็นภาษาไทยกำกับลงไปด้วย เหมือนกรณียาพาราเซตามอล ที่แม้จะเป็นยาภาษาอังกฤษก็ต้องเขียนภาษาไทยว่า พาราเซตามอล ไม่ต้องอธิบายว่ามีสรรพคุณอย่างไร และจะเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายต่อไป” ดำรงค์ กล่าว

ดำรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แต่เมื่ออันตรายของสารเคมีเป็นที่ประจักษ์แล้วว่ามีพิษต่อสุขภาพของคน คาดว่าจะสามารถห้ามครอบครองและจำหน่ายได้ แต่ในระหว่างนี้จะทำหนังสือถึงกรมบังคับคดีเพื่อให้ชะลอการบังคับคดีไปจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ออกมา

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวอีกว่า ในระหว่างนี้แม้ว่าสารเคมีที่อยู่ในบัญชีวัตถุอันตรายทั้งบัญชีที่ 3 และบัญชีที่ 4 และอยู่ใน 70 รายการที่โมฆะ หากจะมีการจำหน่ายก็จะต้องเป็นการจำหน่ายภายใต้การอนุญาตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สารเมทานอล ที่เป็นสารทำลายในโรงงาน ซึ่งยกเลิกมากว่า 2 ปีแล้ว ก็จะสามารถนำมาใช้ได้เมื่อมีการขออนุญาตกระทรวงกลาโหมตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530

สำหรับรายชื่อวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ประเทศไทยประกาศเป็นวัตถุอันตรายที่ห้ามผลิต ห้ามใช้ และห้ามมีไว้ในครอบครอง ในปัจจุบันมีประมาณ 96 ชนิด เช่น ทีดีอี ดีดีที เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท