
แนวโน้มผลดำเนินงาน
สวัสดีครับทุกท่าน ผมไม่แน่ใจว่านักลงทุนในช่วงนี้ได้ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2555 และ ปี 2555 ที่เพิ่งจบไปในสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ผมจึงอยากจะนำประเด็นที่น่าสนใจมาเสนอครับ
สวัสดีครับทุกท่าน ผมไม่แน่ใจว่านักลงทุนในช่วงนี้ได้ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2555 และ ปี 2555 ที่เพิ่งจบไปในสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ผมจึงอยากจะนำประเด็นที่น่าสนใจมาเสนอครับ
โดยภาพรวมของผลการดำเนินงานปี 2555 ของบริษัทที่ MBKET ศึกษา พบว่า มีกำไรสุทธิขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2554 เท่ากับ 20% ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงปลายปี 2555 เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรจากการดำเนินงาน พบว่า เติบโตเพียง 10% เนื่องจาก บริษัทอย่างเช่น CPF AAV THAI และ CPN มีกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2556-2557 คาดว่าจะขยายตัวได้ 21% และ 12 ตามลำดับ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์โดยเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย Bloomberg ซึ่งมีตัวเลขคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เท่ากับ 108 และ 122 บาทต่อหุ้น ในปี 2556-57 ตามลำดับ ในแง่มูลค่าของตลาดหุ้นไทย พบว่า SET index วานนี้ที่ปิดที่ระดับ 1559 จุด จะมีค่า PER คาดการณ์ สำหรับปี 2556 เท่ากับ 14.40 เท่า และ 12.7 เท่า สำหรับสิ้นปี 2557 อ้างอิงจากการคาดการณ์ EPS ของ Bloomberg Consensus ซึ่งหมายความว่า ตลาดหุ้นไทยค่อนข้างแพงในปี 2556 แต่ยังคงไม่แพงในปี 2557
หากพิจารณา EPS ของ SET50 ในปี 2556-2557 จากคาดการณ์ของ Bloomberg Consensus เช่นกัน พบว่า อยู่ที่ 74 และ 83 บาทต่อหุ้น หากคำนวณจากระดับปิดของ SET50 วานนี้ที่ 1024 จุด จะมีค่า PER คาดการณ์เท่ากับ 13.8 เท่า และ 12.3 เท่า นักลงทุนจะสามารถสังเกตเห็นได้ว่า ราคาหุ้นขนาดใหญ่ในปัจจุบันซื้อขายที่ PER ต่ำกว่า SET แต่ความต่างในระดับดังกล่าวถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรของบริษัทขนาดกลางเล็กที่มากกว่าบริษัทขนาดใหญ่
กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำไรเติบโตโดดเด่นปี 2555 ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และไอซีที ส่วนกลุ่มที่กำไรสุทธิลดลง ปี 2555 ได้แก่ ขนส่ง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และท่องเที่ยว ส่วนในปี 2556 MBKET คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมที่จะเติบโตดีต่อเนื่อง ได้แก่ กลุ่มไอซีที ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อสังหาริมทรัพย์ (รับเหมาก่อสร้าง) ธนาคาร และวัสดุก่อสร้าง สำหรับกลุ่มเกษตรและอาหาร เป็นกลุ่มที่คาดการณ์ว่าจะมีการฟื้นตัว (Recovery) จากปี 2555
โดยคาดว่าสัญญาณการฟื้นตัวจะชัดเจนขึ้นในไตรมาส 2/2556 ดังนั้น หากนักลงทุนที่ถือหุ้น CPF TUF อยู่ แนะนำให้ติดตามผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2556 อย่างใกล้ชิดเพราะหากมีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนจริงๆ ผมเชื่อว่าราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะราคาหุ้นของ CPF และ TUF นับตั้งแต่ต้นปียังคงลดลง 3.7% และ 4.8% ตามลำดับ เทียบกับ SET index ที่เพิ่มขึ้น 12%
สำหรับหุ้นที่มีความน่าสนใจในการลงทุนในกลุ่มที่มีการเติบโตดี ได้แก่
กลุ่มธนาคาร หุ้นที่น่าซื้อ ได้แก่ KTB และ TCAP เนื่องจากมีอัตราการเติบโตของกำไรที่ดีและราคาหุ้นยังคงมี Upside
กลุ่มไอซีที หุ้นที่น่าซื้อ ได้แก่ TRUE และ THCOMในแง่ของการเติบโต ส่วน ADVANC น่าซื้อในแง่ของเงินปันผล
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หุ้นน่าซื้อ ได้แก่ CCET เนื่องจากปี 2556 จะเป็นปีของการฟื้นตัว รวมถึงอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงสูงกว่า 5%
กลุ่มวัสดุก่อสร้าง หุ้นน่าซื้อ ได้แก่ SCC DCC และ TASCO จากความโดดเด่นในเรื่องการเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2556 ที่มากกว่า 30% รวมถึงราคาหุ้นไม่แพง โดยเฉพาะ DCC ยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลกว่า 7%
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง หุ้นน่าซื้อ ได้แก่ CK เนื่องจาก ปี 2556 จะเป็นปีของการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน ในขณะที่ราคาหุ้นยังคงมี Upside พอสมควร
ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองแล้วพบกัน







