
ไอพีโอบูมไฟลิงทะลัก17บริษัท
ไอพีโอบูมแห่ยื่นไฟลิง 17 บริษัท ดันมาร์เก็ตแคป 1.4 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าทั้งปี 1.2 แสนล้าน
ไอพีโอบูมแห่ยื่นไฟลิง 17 บริษัท ดันมาร์เก็ตแคป 1.4 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้าทั้งปี 1.2 แสนล้าน
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีนี้ มีบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอย่างมาก โดยระดับดัชนีราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นตัวกระตุ้นหลังจากอั้นมาหลายปี เนื่องมาจากการเมืองไทยนิ่งและเดือน ธ.ค. 2555 ที่ผ่านมา นับเป็นเดือน ธ.ค.แรกในรอบ 6 ปี ที่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายมากระทบตลาดหุ้น หรือนับตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2549 ที่มีปัจจัยเรื่องการออกมาตรการควบคุมเงินไหลเข้าออก
สำหรับช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ มีหุ้นเข้าใหม่มูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) 2.2 หมื่นล้านบาท และขณะนี้มี บจ. 17 แห่ง ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว มีมาร์เก็ตแคปรวมกัน 1.4 แสนล้านบาท และมีอีก 10 บริษัท เตรียมจะยื่นไฟลิ่ง
ตลาดหลักทรัพย์ คาดหวังว่า หาก 17 บริษัทที่ได้ยื่นไฟลิงแล้วเข้าจดทะเบียนในปีนี้ มีโอกาสที่จะทำให้เป้าหมายการเพิ่มมาร์เก็ตแคปจากหุ้นใหม่เป็นไปตามเป้าหมายของปีนี้ที่ตั้งไว้ 1.2 แสนล้านบาท ส่วนจะมีการพิจารณาปรับเพิ่มหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถระบุได้ในปีนี้
“การเมืองนิ่งไม่เพียงแต่จะหนุนให้บรรยากาศการเข้าจดทะเบียนใหม่คึกคักหลังจากค้างมานานแล้ว และไม่ถือว่าเป็นภาวะฟองสบู่ของหุ้นไอพีโอ แต่กลับมองว่าเป็นโอกาสของบริษัทจดทะเบียนไทย ในอันที่จะดึงเงินจากนักลงทุนต่างประเทศเข้ามา และสภาวะหุ้นที่ดียังหนุนให้ บจ. มีการเพิ่มทุนผ่านเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง ออกหุ้นปันผล” นายชนิตร กล่าว
นายชนิตร กล่าวอีกว่า ในส่วนของแนวทางการเพิ่มมาร์เก็ตแคปนั้น นอกเหนือจากผลักดันหุ้นใหม่แล้ว ยังคาดหวังว่า การเพิ่มจำนวนหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมาร์เก็ตแคปเกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการซื้อขายมากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 27 ตัว เทียบเท่ากับตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มอย่างมากจาก 56 ปีที่ผ่านมามีเพียง 10 ตัวเท่านั้น และเป้าหมายลำดับต่อไปคงจะผลักดันให้เทียบเท่ากับตลาดหุ้นไต้หวันที่มีถึง 50 ตัว
อย่างไรก็ตาม ความคึกคักของหุ้นไอพีโอเห็นได้จากราคาหุ้นที่เข้าซื้อขายวันแรกปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรงถึง 200% จากราคาจองซื้อ เป็นผลจากการเก็งกำไรสูงของนักลงทุนและภาวะตลาดหุ้นที่เอื้ออำนวยหุ้นใหม่







