
เจเอสแอลมุ่งรับจ้างผลิต
หวังลดเสี่ยงธุรกิจระบุปีนี้เจรจาอีก 3 รายสยายปีกธุรกิจโชว์บิซอีเวนต์
หวังลดเสี่ยงธุรกิจระบุปีนี้เจรจาอีก 3 รายสยายปีกธุรกิจโชว์บิซอีเวนต์
เจเอสแอลฯ ปรับแผนรุก หันรับจ้างผลิตรายการให้ลูกค้าลดเสี่ยงธุรกิจ พร้อมลุยงานอีเวนต์ หวังโกยพันล้าน
นายวัชระ แวววุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ จะหันมาให้ความสำคัญกับการรับจ้างผลิตรายการให้กับลูกค้ามากขึ้น เนื่องจากรูปแบบการดำเนินธุรกิจดังกล่าวไม่มีความเสี่ยง ขณะเดียวกันลูกค้าก็ได้รับประโยชน์จากรายการที่คุ้มค่า มากกว่าการเป็นผู้สนับสนุนในรายการเพียงอย่างเดียว เพราะสามารถแทรกเนื้อหาของผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงลูกค้าได้ดีกว่า
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้รับจ้างผลิตรายการ ดิ เอ็กซ์เปิร์ท ปรากฏการณ์ปลุกฝันปัจจุบันให้กับธนาคารกสิกรไทย ซึ่งจะเป็นรายการในรูปแบบเอ็ดดูเทนเมนต์เรียลิตีสานฝันกับการออม พร้อมให้คำปรึกษาทางด้านการเงิน จะออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.40 น. ทางช่อง 5 การรับจ้างผลิตรายการดังกล่าวในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับมาทำอีกครั้งในรอบกว่า 1 ปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าประมาณ 34 ราย เพื่อรับจ้างผลิตรายการให้ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปผลิตรายการเพิ่มอีกประมาณ 3 ราย
“รายการส่วนใหญ่ที่ผลิตออกมา เราจะเน้นออกอากาศในช่องฟรีทีวี แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่ลูกค้าว่าจะนำรายการไปออกอากาศในช่องทางใด เพราะบริษัทเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์” นายวัชระ กล่าว
ปัจจุบันบริษัทมีรายการที่ผลิตเองอยู่จำนวน 6 เรื่อง ออกอากาศทางช่อง 5 ช่อง 7 และช่อง 9 ซึ่งในส่วนของปีนี้บริษัทมีแผนที่จะผลิตรายการเองเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเวลาการออกอากาศ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการขอเวลาออกอากาศทางช่องฟรีทีวี
นอกจากนี้ ยังมีแผนหันมารุกทำธุรกิจในส่วนของงานอีเวนต์และโชว์บิซมากขึ้น เนื่องจากบริษัทต้องการให้ธุรกิจมีความครบวงจร ซึ่งในส่วนของงานโชว์บิซก็จะมีทั้งในส่วนของการทำละครเวทีและงานคอนเสิร์ตต่างๆ พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนที่จะผลิตละครเอง เพื่อออกอากาศในช่องฟรีทีวีอีกด้วย จากปัจจุบันผลิตเสร็จไปแล้ว 1 เรื่อง เพื่อออกอากาศในช่องไทยพีบีเอส
อย่างไรก็ตาม หลังจากบริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีรายได้กว่า 700 ล้านบาท เติบโต 10% จากปี 2554 ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากเจ้าของสินค้าหันมาใช้สื่อโฆษณามากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีก่อน หลังจากอั้นการใช้งบโฆษณาในช่วงน้ำท่วมปลายปี 2554
รายได้ดังกล่าวแบ่งเป็นรายได้จากรายการทีวี 80% และอีก 20% เป็นรายได้ที่มาจากงานอีเวนต์กับธุรกิจโชว์บิซ เช่น ละครเวที และงานคอนเสิร์ต ซึ่งหลังจากบริษัทหันมารุกงานอีเวนต์และธุรกิจโชว์บิซมากขึ้นในปีนี้ คาดว่าสัดส่วนรายได้จะเปลี่ยนเป็นรายการทีวี 70% งานอีเวนต์และโชว์บิซ 30%







