posttoday
เอกชนจี้รัฐฟื้นเชื่อมั่นไฟดับหวั่นป่วนไทยอาเซียนสะดุด

เอกชนจี้รัฐฟื้นเชื่อมั่นไฟดับหวั่นป่วนไทยอาเซียนสะดุด

07 มีนาคม 2556

สัญญาณรัฐบาลที่ส่งออกมาว่าวันที่ 5 เม.ย.นี้ เมืองไทยเสี่ยงไฟฟ้าตกหรือดับ จนถึงขั้นจะประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน ได้สร้างความเชื่อมั่นกับภาพลักษณ์ของไทยที่ประกาศจะเป็นศูนย์กลางหรือฮับต่างๆ เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปี 2558 นี้อย่างมาก

สัญญาณรัฐบาลที่ส่งออกมาว่าวันที่ 5 เม.ย.นี้ เมืองไทยเสี่ยงไฟฟ้าตกหรือดับ จนถึงขั้นจะประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน ได้สร้างความเชื่อมั่นกับภาพลักษณ์ของไทยที่ประกาศจะเป็นศูนย์กลางหรือฮับต่างๆ เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปี 2558 นี้อย่างมาก

ผลดังกล่าวทำให้ภาคเอกชนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า เพื่อเรียกความเชื่อมั่นเมืองไทยกลับคืนมา กฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำตาลมิตรผล กล่าวว่า การผลิตไฟฟ้าในไทยปัจจุบันใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงผลิต 68% ลิกไนต์ 12% ถ่านหิน 8% พลังงานน้ำ 4% นำเข้าต่างประเทศ 6% พลังงานทดแทนที่สามารถพัฒนาได้เองในประเทศ 2% น้ำมัน 0.4%

สำหรับวิกฤตไฟฟ้าตกหรือดับครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าอนาคตอันใกล้ไทยต้องพบกับปัญหาวิกฤตพลังงานอย่างแน่นอน ถึงเวลาที่ไทยจะต้องหาพลังงานอื่นๆ มาใช้ โดยเป้าหมายแผนพัฒนาพลังงานทดแทนใน 10 ปี ไทยต้องการเพิ่มพลังงานลมจากปัจจุบันผลิตได้ 7 เมกะวัตต์ เป็น 1,200 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 75 เพิ่มเป็น 2,000 เมกะวัตต์ ขณะที่พลังงานชีวมวล 1,752 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 3,630 เมกะวัตต์ พลังงานน้ำ 86 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 1,608 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ 138 เมกะวัตต์ เป็น 600 เมกะวัตต์ พลังงานจากขยะ 13 เมกะวัตต์ เป็น 160 เมกะวัตต์ และพลังงานรูปแบบใหม่ 2 เมกะวัตต์ รวม 7 พลังงาน จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มจาก 2,071 เมกะวัตต์ เป็น 9,200 เมกะวัตต์

กฤษฎา กล่าวว่า ในช่วงเวลานี้พลังงานชีวมวลถือว่าเป็นพลังงานทดแทนทางเลือกที่ดีและเหมาะสมกับไทย ส่วนหนึ่งเพราะช่วยส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกร และเป็นพลังงานที่มีต้นทุนไม่สูง 3.35 บาทต่อหน่วย ถูกกว่าก๊าซ ราคา 3.45 บาทต่อหน่วย พลังงานจากแสงอาทิตย์ 11.2 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้การสร้างโรงงานไฟฟ้าต้องใช้เวลา 23 ปี ใช้งบลงทุน 5060 ล้านบาทต่อ 1 โรง โดยหากการผลิตอ้อยในไทยเพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน 9095 ล้านตัน เป็นกว่า 150 ล้านตัน ใน 35 ปี ไทยจะสามารถผลิตไฟฟ้าเพิ่มจาก 1,5001,700 เมกะวัตต์ เป็น 2,500 เมกะวัตต์ เทียบเท่ากับเขื่อนทั้งประเทศ 2 เท่า

บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ ให้ความเห็นว่า วิกฤตขาดแคลนพลังงานไทยช่วงเดือน เม.ย. ไม่ค่อยน่าเป็นห่วง แต่ก็สะท้อนว่าไทยควรลดการพึ่งพาใช้พลังงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนอื่นๆ ในประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ แม้ว่าไทยจะซื้อพลังงานและไฟฟ้าจากลาว พม่า มาเลเซีย แต่หากเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2558 โอกาสที่ทั้งสามประเทศจะลดการขายปริมาณไฟฟ้าให้แก่ไทยมีความเป็นไปได้สูงมาก ซึ่งขณะนี้การผลิตไฟฟ้าในพม่าก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของประเทศอยู่แล้ว การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อุตสาหกรรมของไทยจะขยายตัวอีกมาก และนับวันก็ยิ่งต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น สวนกระแสกับกำลังการผลิตไฟฟ้าของไทยที่เพิ่มขึ้นไม่มากนัก และสิ่งสำคัญไทยควรมีพลังงานราคาถูก จะทำให้ต้นทุนผลิตสินค้าต่ำลง สินค้าไทยก็สามารถแข่งขันบนเวทีการค้าระดับโลกได้ เพราะประเทศที่เจริญแล้วไฟฟ้าจะราคาถูก

นอกจากนั้น เครือสหพัฒน์ ก่อนหน้านี้ศึกษาการสร้างโรงงานนิวเคลียร์ หากจะสร้างใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี แต่หลังจากเกิดสึนามิถล่มประเทศญี่ปุ่น นิวเคลียร์เกิดรั่ว บริษัทจึงทบทวนการสร้างโรงงานนิวเคลียร์ รวมทั้งในทวีปยุโรปก็ประกาศจะเลิกใช้โรงงานนิวเคลียร์เช่นกัน เนื่องจากหากเกิดความผิดพลาดจะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้กลุ่มสหโคเจนยังอยู่ระหว่างการศึกษาสร้างโรงงานไฟฟ้าในพม่า ขณะที่สหพัฒน์เองมีแผนสร้างนิคมอุตสาหกรรมในพม่า ก็ศึกษาการสร้างโรงไฟฟ้าเช่นเดียวกัน จากปัจจุบันเครือสหพัฒน์มีโรงงานไฟฟ้า 2แห่ง คือ ที่ ศรีราชา และลำพูน โดยผลิตเพื่อใช้ในเครือและขายให้กับกฟผ.

อย่างไรก็ตาม พลังงานทดแทนที่เหมาะกับไทย การนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมาใช้ เพราะมีปริมาณมหาศาล แต่ที่ผ่านมารัฐบาลเอาไปขายให้กับต่างประเทศราคาถูก และกลับซื้อจากก๊าซจากพม่ามาใช้ในราคาที่แพง ส่วนการที่ภาครัฐจะใช้พลังงานจากถ่านหิน เชื่อว่าเป็นพลังงานที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ กล่าวในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจขายตรง ว่า อนาคตอุตสาหกรรมไทยจะขยายตัวอีกมาก โดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ไทยกลับอยู่ท่ามกลางการพึ่งพาพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตประเทศเหล่านี้จะลดปริมาณการขายไฟฟ้าหรือพลังงานให้กับไทยแน่นอน

“พลังงานทดแทนที่มองว่าดีและเหมาะสมกับไทยและน่าที่จะลงทุน คือ พลังงานจากแสงอาทิตย์ เพราะเป็นพลังงานที่แม้ว่าการลงทุนช่วงแรกจะต้องใช้งบสูง แต่ในระยะยาวจะเป็นพลังงานที่มีราคาถูก” นลินี กล่าว

พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท หาดทิพย์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมโค้ก กล่าวว่า ทุกวันนี้อุตสาหกรรมของไทยขยายตัวเพิ่มและมีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงในอนาคตหากเปิดเออีซี จะยิ่งผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยขยายตัว แต่ปัจจุบันไฟฟ้าที่ประเทศไทยสามารถผลิตใช้เองกลับมีน้อยมาก

จากเสียงสะท้อนดังกล่าว รัฐโดยเฉพาะรัฐบาล จึงควรเร่งแผนพัฒนาพลังงานให้เป็นรูปธรรม เพื่อเรียกความเชื่อมั่นที่พังยับไปกับประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน ให้กลับคืนมาอย่างรีบด่วน

บทสรุปจากกลุ่มภาคเอกชนหรือกลุ่มผู้ประกอบการที่พร้อมจะลงทุนพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ กล่าวในลักษณะเดียวกันว่า ภาครัฐควรเข้ามาช่วยสนับสนุนภาคเอกชน โดยเฉพาะมาตรการซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชน เพื่อลดความเสี่ยงในลงทุน การส่งเสริมเกษตรการปลูกอ้อยที่กำหนดโซนนิ่ง รวมถึงราคาอ้อยที่ต้องจูงใจเกษตรกร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท