
ปัญหาการเมือง....ฉุดค่าเงินบาทร่วงปลายสัปดาห์
....วารุณี สิทธิถาวร
ในช่วงต้นสัปดาห์ ค่าเงินบาทเริ่มต้นสัปดาห์ที่ระดับ 32.33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยปรับแข็งค่าขึ้นจาก 32.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความต้องการซื้อเงินเหรียญสหรัฐของภาคเอกเชนที่เริ่มหมดลงในช่วงใกล้ถึงวันสิ้นเดือน
ขณะเดียวกันยังเป็นการปรับตัวตามสกุลเงินภูมิภาคที่ปรับแข็งค่าขึ้นเป็นส่วนใหญ่ โดยเงินริงกิตยังคงเป็นสกุลเงินเอเชียที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น นับจากที่ธนาคารกลางมาเลเซียมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 2.25% ในช่วงต้นเดือน
โดยนักลงทุนต่างคาดการณ์ว่าทางการมาเลเซียจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นต่อ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่รอจังหวะขยับตัวขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นปัจจัยดึงดูดให้ยังคงมีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ค่าเงินภูมิภาคมีการปรับตัวในทิศทางแข็งค่า เช่นเดียวกับเงินบาทของไทยที่ปรับแข็งค่าแตะระดับ 32.32 บาท แม้แรงส่งจากภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นจะเริ่มแผ่วลง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอการเข้าซื้อในตลาด หุ้นไทยจากเฉลี่ย 12 พันล้านบาทในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือน ลงไปที่ระดับ 330 ล้านบาทเท่านั้น อย่างไรก็ดี
เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยอยู่ที่ระดับ 32.33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันอังคาร และยังคงปรับตัวในกรอบแคบๆ แม้จะได้แรงหนุนจากการร่วงลงของเงินเหรียญสหรัฐฯ จากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวดีขึ้น หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของกรีซในระดับหนึ่ง ขณะที่ตัวเลขการใช้จ่าย ของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ออกมาดี กระตุ้นให้
นักลงทุนขายเงินเหรียญสหรัฐ และกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งหนุนให้ค่าเงินภูมิภาคยังคงเดินหน้าแข็งค่า แต่เงินบาทมีการแข็งค่าในระดับที่น้อยกว่าสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากปัญหาการเมืองในประเทศยังคงเป็นปัจจัยถ่วงการเคลื่อนไหวของเงินบาท
รวมถึงการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการเข้าแทรกแซงตลาดเป็นระยะๆ เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบ ก่อนปิดทรงตัวที่ระดับ 32.32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร
ในช่วงกลางสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยอยู่ที่ระดับ 32.34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าเช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค อันเป็นผลจากการฟื้นตัวของเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับภาวะการคลังในยุโรป ขณะที่อัตราผลตอบแทนในระดับสูงในการออกพันธบัตร ของกรีซทำให้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจต่อความสามารถของกรีซในการแก้ปัญหาทางการเงินได้ในระยะยาว ขณะเดียวกับข่าวที่ว่าว่าไอร์แลนด์ได้มีการเข้าช่วยเหลือภาคธนาคารในประเทศมากกว่า แผนที่วางไว้ ได้เพิ่มความกังวลให้ตลาดถึงภาวะเศรษฐกิจในยุโรป ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เห็นได้จากการ ร่วงลงของตลาดหุ้นเอเชีย เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่เริ่มปรับตัวลงในช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีการขายทำกำไรออกมาหลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบแคบใกล้ระดับ 32.34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แม้แรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐจากบริษัทต่างๆ จากความต้องการช่วงปลายเดือนยังมีเข้ามา แต่แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยยังช่วยให้เงินบาทรักษาช่วงบวกไว้ได้ ขณะที่นักลงทุนยังคงรอการเผยข้อมูลการจ้างงานของเอกชนของสหรัฐฯ ประจำเดือนม.ค. จาก ADP Employer Service ในช่วงค่ำวันพุธ ซึ่งคาดว่านายจ้างภาคเอกชนจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 40,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. โดยตัวเลขดังกล่าว ยังเป็นตัวเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมาในช่วงปลายสัปดาห์
ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาททรงตัวที่ระดับ 32.33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ก่อนจะเริ่มปรับแข็งค่าขึ้น โดยเป็นการปรับตัวตามค่าเงินภูมิภาค และปัจจัยบวกจากกระแสเงินทุนไหลเข้า หลังนักลงทุนต่างชาติมีการเข้าซื้อกว่า 3,000 ล้านบาท ในช่วงกลางสัปดาห์ ขณะเดียวกันตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐที่ออกมาแย่กว่าคาด โดยนายจ้างยังมีการลดการจ้างงาน 2.3 หมื่นตำแหน่ง ในเดือน มี.ค. ซึ่งลดความหวังต่อตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในวันศุกร์ รวมทั้งการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐลงไป ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้เงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง และหนุนให้ค่าเงินเอเชียปรับแข็งค่าขึ้น ที่สำคัญตัวเลขเศรษฐกิจในหลายประเทศบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในภูมิภาค ยังคงเป็นปัจจัยดึงดูดให้เม็ดเงินทุนไหลเข้าภูมิภาค และหนุนให้ค่าเงินเอเชียยังคงปรับตัวในทิศทางแข็งค่า เช่นเดียวกับเงินบาทที่ปรับแข็งค่าในช่วงระหว่างวัน โดยมีแรงหนุนหลังตลาดหุ้นไทยพุ่งขึ้นไปยืนเหนือระดับ 800
อย่างไรก็ดี เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในช่วงเช้าวันศุกร์ สวนทางกับค่าเงินภูมิภาคที่เช้านี้ปรับแข็งค่าขึ้นเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากปัจจัยถ่วงในประเทศจากความไม่แน่นอนทางการเมือง จากการประกาศชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนมีการลดความเสี่ยงโดยการเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ก่อนปิดทรงตัวที่ระดับ 32.34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์
ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศ และการเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในช่วงค่ำวันศุกร์ ซึ่งคาดว่าตัวเลขการจ้างงานจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือน มี.ค. แม้ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนที่ประกาศในช่วงกลางสัปดาห์จะออกมาแย่กว่าตลาดคาดการณ์ไว้ก็ตาม







